ทัวร์อินเดีย ถ้ำอชันต้า เอลโลร่า มุมไบ 6-11 มีนาคม 2566

รวบตึง 3 มรดกโลก อชันต้า เอลโลร่า เอเลแฟนต้า

+ มุมไบ พาไปมูวัดพระพิฆเนศ สิทธิวินายัก 

6-11 มีนาคม 2566 

อชันต้า เอลโลร่า เต็มอิ่ม 

มูถ้ำพระศิวะเช้า มูพระพิฆเนศบ่าย

เดินเล่นชิวๆ ช้อปปิ้งเรื่อยๆย่าน Colaba Causeway

 

 1. สถานที่เยี่ยมชม : อชันต้า เอลโลร่า มุมไบ

สถานที่ตามโปรแกรมสรุป (โปรแกรมเต็มดูด้านล่างค่ะ)

  1. 6 มีค. 66  : กรุงเทพ -มุมไบ 
  2. 7 มีค. 66 : มุมไบ - ออรังกบาด
  3. 8 มีค. 66 : ถ้ำอชันต้า เต็มวัน        
  4. 9 มีค. 66: ถ้ำเอลโลร่า - มุมไบ                  
  5. 10 มีค. 66 : ถ้ำเอเลแฟนต้า วัดสิทธิวินายัก 
  6. 11 มีค. 66 : มุมไบเต็มวัน (เดินเล่นย่านยุโรป colaba causeway ทานร้านดังที่เคยถูกก่อการร้าย) กลับกรุงเทพดึกๆ                   

2. การเดินทาง 

  • กรุงเทพ - มุมไบ สนามบินสุวรรณภูมิสายการบิน Vistara ไฟลท์ UK124 ถึงมุมไบช่วงเย็น ทานข้าวเดินเล่น
  • มุมไบ - กรุงเทพ การบินไทย ไฟลท์ TG 318 เดินทาง 4 ชม. 
  • ภายในอินเดียใช้รถบัสส่วนตัวตลอดเส้นทาง (ไม่ต้องเปลี่ยนรถ ของอะไรที่ใช้บนรถเช่นหมอน ผ้าห่ม ของฝากที่ยังไม่ได้แพ็คเอาไว้บนรถได้ ไม่ต้องเอาลงทุกวันค่ะ)

3. ที่พัก : โรงแรม 

  • มุมไบ : Hotel Suba Palace อยู่กลางเมืองมุมไบ ย่านColaba Causeway เดินเล่น ช้อปปิ้งสบายๆค่ะ
  • ออรังกบาด : วัดไทยอชันต้า

โรงแรมที่คัดเลือกมาเป็นโรงแรมที่คุ้นเคยกับการให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าใจทั้งวัฒนธรรมการกินของชาวต่างชาติเป็นอย่างดีและมารยาทสากล อาหารเป็นอาหารจีน ไทยและอินเดียผสมผสานกัน รสชาตมาตรฐาน ทานได้แน่นอนค่ะ

4. อาหาร  

มุมไบ : พาไปทานร้านเก่าแก่แถวๆ Colaba Causeway ค่ะ 

ออรังกบาด : ทานที่ร้านอาหารแถวๆถ้ำอชันต้า ของการท่องเที่ยวอินเดีย และถ้ำเอลโลร่า โรงแรมไกรลาส อยู่ห่างจากถ้ำ 10 ก้าวค่ะ และอาหารไทยที่วัดค่ะ

5. ราคา 

ท่านละ 45,000 บาท (ไม่มีการเก็บค่าทัวร์เพิ่มหน้างาน)

5.1 ราคารวม 

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับและบินภายใน ไฟลท์ตามกำหนดการ
  • ค่ารถบัสที่ใช้ในการเดินทางในอินเดียทุกเมือง
  • ค่าที่พักทุกเมือง // ค่าอาหารทุกมื้อ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ทุกเมือง (พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน วัดตามเมืองต่างๆ)
  • ค่าวีซ่าอินเดีย e-visa 30 วัน 
  • ค่าประกันการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท กรณีเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง (ไม่รวมประกันความเสียหายของสิ่งของและประกันสุขภาพ) 

5.2 ราคาไม่รวม 

  • ค่าทิปเจ้าหน้าที่ทัวร์(คนขับรถ เด็กรถ ไกด์อินเดีย เจ้าหน้าที่ยกกระเป๋าของวัด ท่านละ 700 บาท / ทั้งทริป
  • ค่าน้ำหนักกระเป่าเดินทางโหลดใต้ท้องเครื่องที่เกินกว่าที่ระบุในกำหนดการ
  • ค่าทำพาสปอต ค่าเดินในประเทศไทยในวันเดินทางไปและกลับ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าของฝาก เงินทำบุญ ค่าซิมโทรศัพท์
  • ค่าประกันทรัพย์สินเสียหายจากการเดินทาง 
เขาไกรลาส วัดฮินดูที่เจาะเขาลงไปเป็นวิหาร
ถ้ำหมายเลข 10 ถ้ำอชันต้า Ajanta cave
ภายในวัดถ้ำอชันต้า

โปรแกรมเต็ม 6-11 มีค. 

3 ถ้ำมรดกโลก อชันต้า เอลโลร่า เอเลแฟนต้า + มุมไบ วัดสิทธิวินายัก

วันที่ 1 : 6 มีนาคม 2566 : กรุงเทพ - มุมไบ 

 

11.00 น.

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เช็คอินสายการบิน Vistara ไฟลท์ Uk 124 

เดินทาง 14.50 น. ถึงสนามบินฉัตรปติ ชีวาจิก มหานครมุมไบ ประเทศอินเดีย เวลา 16.55 ผ่าน ตม. (ตรวจคนเข้าเมือง) เอกสารทั้งหมด จัดการให้ก่อนล่วงหน้า ทุกท่านเซ็นชื่ออย่างเดียวค่ะ 

ถึงมุมไบช่วงเย็น สามารถเดินเล่นดูเมืองมุมไบกันได้ตามอิสระ โรงแรมพักอยู่ในกลางย่าน Colaba ย่านช้อปปิ้งหลักของมุมไบ 

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อน ณ วัดโรงแรม Suba Palace Colaba

วันที่ 2 : 7 มีนาคม 2566 : มุมไบ - ออรังกบาด 

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางสู่เมืองออรังกบาด วันนี้เดินทางทั้งวันค่ะ จะถึงออรังกบาดประมาณช่วงเย็นค่ะ

ทานอาหารกลางวันระหว่างทาง (แพ็คข้าวกล่องหรือแซนด์วิช Starbuck ค่ะ)

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อน ณ วัดไทยอชันต้า

 วันที่ 3 : 8 มีนาคม  2566  : ถ้ำอชันต้า เต็มวัน

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางสู่ถ้ำอชันต้า ห่างจากเมืองออรังกบาดไปประมาณ 3 ชม. 

กลุ่มวัดถ้ำอชันต้าเป็นวัดถ้ำเก่าแก่ที่สวยงาม อลังการที่สุดแห่งหนึ่งในแถบอินเดียตะวันตกเฉียงใต้ ถูกสร้างขึ้นโดยการขุดเจาะภูเขาลงไปเป็นวัด ประกอบด้วยสถานที่ทำพิธีสงฆ์และวิหารสถานที่จำวัดของพระสงฆ์ในสมัยนั้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ประกอบไปด้วยถ้ำ 28 ถ้ำ มีอายุกว่า 2,000 ปีสร้างขึ้นโดยประมาณ พ.ศ.700-1300 ก่อนถูกทิ้งร้าง และถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยคณะล่าสัตว์ชาวอังกฤษ 

ถ้ำอชันต้า เป็นต้นแบบการขุดเจาะภูเขาเป็นศาสนสถาน โดยมีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและภาพเขียนสีผนังสมัยโบราณ ซึ่งภาพวาดเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องราวเกี่ยวพุทธประวัติและพระโพธิ์สัตว์ของมหายาน เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าพุทธศาสนาตั้งมั่นอยู่บริเวณแถบนี้มา ก่อนเมืองออรังกาบาดจะถูกปกครองโดยศาสนาอิสลาม นำโดยราชวงศ์โมกุล

เราจะใช้เวลาที่นี่เต็มที่ในการเดินชมภาพเขียน และสถาปัตยกรรม ไม่มีการชะโงก โผล่เข้าแล้วออก เดินกันจนกว่าจะเหนื่อย เอาขวดน้ำติดตัวไปเติมน้ำด้านบนด้วยค่ะ ช่วงเที่ยงทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร และเดินทางกลับสู่เมืองออรังกาบาด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อน ณ วัดไทยอชันต้า

 

ทางขึ้น ถ้ำอชันต้า เมืองออรังกบาด ถ้ำอชันต้า ในทัวร์4สังเวนียสถาน อชันต้า 2566 รูปสลักพระพุทธรูปสวยๆ ในบริเวณถ้ำอชันต้า
     

  วันที่ 4 : 9 มีนาคม  2566  : ถ้ำเอลโลร่า - มุมไบ

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่วัดและออกเดินทางสู่กลุ่มวัดถ้ำเอลโลร่า

กลุ่มถ้ำเอลโลร่าได้ต้นแบบมาจากกลุ่มถ้ำอชันต้า ประกอบไปด้วยถ้ำของ 3 ศาสนาคือพุทธ ฮินดูและเชนเมื่อได้ต้นแบบมาจากอชันต้า ลักษณะองค์ประกอบของถ้ำจึงเป็นส่วนของวัดและที่พักของพระสงฆ์ กลุ่มถ้ำของพุทธจะอยู่จากถ้ำหมายเลข 1-12 ส่วนถัดมาจะเป็นวัดของฮินดูซึ่งสร้างขึ้นมาภายหลัง โดยมีถ้ำที่โดดเด่นมากคือถ้ำที่ 16 เขาไกรลาส เป็นลักษณะการเจาะภูเขาหินทั้งลูกลงไปเป็นวิหารในศาสนาฮินดู เราจะใช้เวลาที่นี่สบายๆไม่เร่งรีบค่ะ

ทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารที่โรงแรมไกรลาสใกล้ๆถ้ำเอลโลร่าและออกเดินทางกลับสู่มุมไบ

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อน โรงแรม Suba Palace หรือโรงแรมในระดับเดียวกัน

 

เขาไกรลาส ณ ถ้ำเอลโลร่า ในทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ถ้ำอชันต้า 2566    

 

วันที่ 5 : 10 มีนาคม  2566 : ถ้ำเอเลแฟนต้า วัดสิทวินายัก

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมและเดินทางชมถ้ำเอเลแฟนต้า Elephanta Cave ในขณะที่ถ้ำอชันต้า เป็นวัดถ้ำของศาสนาพุทธ ริเริ่มสร้างมาตั้งแต่ช่วงหลังพุทธกาล ได้รับการอุปถัมภ์จากวรรณะกษัตริย์ที่ปกครองดินแดนต่างๆหลังราชวงศ์เมารยะล่มสลาย และถ้ำอเอลโลร่าที่ผสมผสานกันระหว่างวัดพุทธ ฮินดูและเชน แสดงให้เห็นถึงการประชันกันทางความคิด ความศรัทธา ผ่านงานฝีมือ ศิลปะและสถาปัตยกรรม

ถ้ำเอเลแฟนต้า (Elephanta Caves) เป็นกลุ่มถ้ำที่ตั้งอยู่ที่เกาะเอเลแฟนต้าหรือรู้จักในชื่อท้องถิ่นวา่กาหาปุรี(Ghahapuri) ห่างจากมุมไบ ใช้เวลาเดินทางโดยเฟอร์รี่ 1 ชม. กลุ่มถ้ำเอเลแฟนต้า สร้างขึ้นเพื่ออุทิศเพื่อการบูชาพระศิวะ ในศาสนาฮินดูไศวะนิกายที่เริ่มมีการปรับตัว พัฒนาจากศาสนาพระเวทเพื่อสู้กับความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธ เรียกได้ว่า พุทธสร้างวัดถ้ำได้ ฮินดูก็สร้างบ้าง อินเดียแถบรัฐมหาราษฏระนี้จึงเต็มไปด้วยงานสถาปัตยกรรมจากแรงศรัทธา ขึ้นทะเบียนมรดกโลกกันมากมายหลายแห่ง 

สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในถ้ำเอเลแฟนต้า สร้างขึ้นเมื่อประมาณคริสศัตวรรษที่ 5-6 โดดเด่นไม่แพ้ฝีมือช่างที่ถ้ำอชันต้าและเอลโลร่า ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 1987

ช่วงบ่าย

 เดินทางสู่วัดสิทธิวินายัก วัดพระพิฆเนศที่โด่งดังที่สุดในรัฐมหาราษฏระ จุดศูนย์ความศรัทธาทั่วอินเดีย คนดังในวงการ Bollywood ต่างต้องหาเวลามาขอพรองค์สิทธิวินายักจากที่นี่ ในรูปคือDeepika Padukone นางเอกจากเรื่อง Padmavat ไปขอพรก่อนหนังออกฉาย

Deepika Padukone is a picture of devotion as she visits Siddhivinayak  Temple to pray for Chhapaak. See pics | Bollywood - Hindustan Times

Padmaavat - Wikipedia

ให้เวลาเต็มที่ในการขอพรพระพิฆเนศเนื่องจากเป็นวัดดัง คนมาเยอะ ใช้เวลาในการมูอย่างสบายๆตอนเย็นไปทานข้าวร้านดัง Leopole Cafe และเดินทางแถวๆที่พัก ย่าน Colaba Causeway ถ่ายรูป ช้อปปิ้งสบายๆค่ะ

 

 

วันที่ 6 : 11 มีนาคม  2566 : มุมไบ - กรุงเทพ

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมและเดินทางชมเมืองมุมไบ

  • Dhobi Ghat อยู่ใกล้กับสลัมมุมไบ ชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในมุมไบ ชาวบ้านมีอาชีพรับจ้างซักผ้าจากโรงแรมหรู
  • สถานีรถไฟฉัตราปติ ชีวาจิค เทอร์มินัส(Chhatrapati Shivaji Terminus) สถานีรถไฟหลักของมหานครมุมไบ ภายนอกเป็น สถาปัตกรรมไสตล์อังกฤษที่งดงาม (ถ่ายรูปจากด้านนอก ไม่เข้าไปในสถานีเพราะคนเยอะมากค่ะ)        

ทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (ฟ้ารีเสิชร้านอร่อยและจองล่วงหน้า ไม่ไปร้านในโรงแรมหรือร้านที่ทัวร์พาไปค่ะ)

บ่าย เที่ยวชมย่านColaba Causeway ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวใจกลางเมืองมุมไบ ท่ามกลางตึกไสตล์อังกฤษที่เจ้าอาณานิคมมาสร้างไว้ต้อนรับข้าหลวงที่เดินทางมาจากเกาะอังกฤษ ย่านนี้จึงผสานกลิ่นอายของยุโรปและอินเดียเอาไว้

ละออกเดินทางไปสนามบิน เช็คอินการบินไทย ไฟลท์ TG 318 

23.20 น. ออกเดินทางจากมหานครมุมไบกลับสู่กรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4ชม.15 นาที 
05.05 น. ของวันที่ 12 มีนาคม (เวลาบวกไปอีก 1.30 ชม.)ไทย สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ แพลนทัวร์อินเดียรอบต่อไปในใจรอแล้วค่า