ทัวร์แสวงบุญ สี่สังเวชนียสถาน อินเดีย เนปาล มาฆะบูชา 4-13 มีนาคม 2566

 

ทัวร์แสวงบุญ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล 

  4-13 มีนาคม 2566 10วัน 9คืน 

วันพระใหญ่มาฆะบูชาอยู่พุทธคยาเต็มวัน !!

พักโรงแรม + วัด

 

1. สถานที่เยี่ยมชม : สังเวชนียสถาน 4 ตำบล+เมืองสำคัญ ราชคฤห์ ไวสาลี สาวัตถี

  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 1 สถานที่ตรัสรู้ : พุทธคยา
  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 2 สถานที่แสดงปฐมเทศนา : สารนาถ
  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่ประสูติ : ลุมพินี 
  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 4 สถานที่ปรินิพพาน : กุสินารา
  • ราชคฤห์ เมืองแรกที่พุทธศาสนาตั้งมั่น สถานที่ตั้งวัดแห่งแรกในพุทธศาสนา วันเวฬุวันมหาวิหาร 
  • นาลันทา สถานที่ตั้งอดีตมหาวิทยาลัยนาลันทาที่เคยยิ่งใหญ่ เชื่อกันว่าเป็นบ้านเกิดของพระสารีบุตรและกราบสักการะหลวงพ่อองค์ดำ 
  • ไวสาลี เมืองหลวงของแคว้นวัชชี ที่ตั้งของวัดป่ามหาวัณ สถานที่พระน้านางมหาปชาบดีโคตมีออกบวช
  • สาวัตถี เมืองหลวงของแคว้นโกศล ที่ตั้งวัดเชตวันมหาวิหาร สถานที่ประทับนานที่สุด 25 พรรษา สถานที่เกิดพระสูตรมากมาย

สถานที่ไม่ได้เรียงเป๊ะๆ แต่ไปตามโปรแกรมสรุปตามนี้ (โปรแกรมเต็มดูด้านล่างค่ะ)

1. 4 มีค. 66 กรุงเทพ - พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้
2. 5 มีค. 66 พุทธคยา - ราชคฤห์ - นาลันทา เมืองแรกที่ศาสนาพุทธตั้งมั่น มีวัดแห่งแรกในอินเดีย
3. 6 มีค. 66 วันมาฆะบูชา อยู่พุทธคยา เต็มวัน 
4. 7 มีค. 66 พุทธคยา - พาราณสี สถานที่แสดงปฐมเทศนา
5. 8 มีค. 66 พาราณสี  - สาวัตถี
6. 9 มีค. 66 สาวัตถี - ลุมพินี สถานที่ประสูติ
7. 10 มีค. 66 ลุมพินี - กุสินารา สถานที่ปรินิพพาน
8. 11 มีค. 66 กุสินารา - ไวสาลี - พุทธคยา
9. 12 มีค. 66 พุทธคยา เต็มวัน
10. 13 มีค. 66 พุทธคยา - กรุงเทพ

 

2. การเดินทาง 

  • กรุงเทพ(ดอนเมือง) - พุทธคยา สายการบิน Air Asia ไฟลท์ fd122 ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม. 
  • พุทธคยา - กรุงเทพ(ดอนเมือง) สายการบิน Air Asiaไฟลท์  fd123 ใช้เวลาเดินทาง 2.40 ชม. 
  • ภายในอินเดียใช้รถบัสส่วนตัวตลอดเส้นทาง (ไม่ต้องเปลี่ยนรถ ของอะไรที่ใช้บนรถเช่นหมอน ผ้าห่ม ของฝากที่ยังไม่ได้แพ็คเอาไว้บนรถได้ ไม่ต้องเอาลงทุกวันค่ะ)
 

3. ที่พัก : โรงแรม + วัดไทย

  • พุทธคยา : วัดเนรัญชราวาส สร้างโดยหลวงพ่อถาวร จิตตวโร อดีตรองเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ดีกว่าหลายโรงแรมในพุทธคยา อาหารไทยดีมากค่ะ
  • พาราณสี : Hotel Pinacle หรือ Hotel Meadows
  • ลุมพินี : Hotel Sarashree 
  • กุสินารา : Hotel Om Residency
  • สาวัตถี : วัดไทยสาวัตถีวิปัสสนา

โรงแรมที่คัดเลือกมาเป็นโรงแรมที่คุ้นเคยกับการให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าใจทั้งวัฒนธรรมการกินของชาวต่างชาติเป็นอย่างดีและมารยาทสากล อาหารเป็นอาหารจีน ไทยและอินเดียผสมผสานกัน รสชาตมาตรฐาน ทานได้แน่นอนค่ะ

4. อาหาร  

อาหารจีน ไทยและอินเดียผสมผสานกัน รสชาตมาตรฐาน ทานได้แน่นอนค่ะ ส่วนอาหารกลางวันเป็นข้าวกล่องแพ็คจากโรงแรมหรือวัดไทยบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากระหว่างเดินทางมีแต่ร้านอาหารท้องถิ่น อินเดียแท้ๆอาจทานลำบาก จึงแพ็คอาหารกล่องไปแล้วแวะทานระหว่างทาง บางเมืองมีวัดไทยระหว่างทางก็จะแวะพักทานอาหาร เข้าห้องน้ำกันค่ะ

5. ราคา 

  • ท่านละ 45,500 บาท (รวมทุกอย่างไม่มีการเก็บค่าทัวร์เพิ่มหน้างาน)
  • จอง 2 ท่านขึ้นไป ลดเหลือ 45,000- 

5.1 ราคารวม 

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ไฟลท์ที่ระบุในกำหนดการ
  • ค่ารถบัสที่ใช้ในการเดินทางในอินเดีย
  • ค่าที่พักทุกเมือง // ค่าอาหารทุกมื้อ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ทุกเมือง (พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน วัดตามเมืองต่างๆ)
  • ค่าวีซ่า 2 ประเทศอินเดีย เนปาล 
  • ค่าประกันการเดินทางวงเงิน1,000,000 บาท กรณีเสียชีวิตระหว่างการเดินทางและการรักษาอาการอาหารเป็นพิษ 8,000 บาท (ไม่รวมประกันความเสียหายของสิ่งของและประกันสุขภาพ) 

5.2 ราคาไม่รวม 

  • ค่าทิปเจ้าหน้าที่ทัวร์(คนขับรถ เด็กรถ ไกด์อินเดีย เจ้าหน้าที่ยกกระเป๋าของวัด ท่านละ 1,000 บาท / ทั้งทริป
  • ค่าน้ำหนักกระเป่าเดินทางโหลดใต้ท้องเครื่องที่เกินกว่าที่ระบุในกำหนดการ
  • ค่าทำพาสปอต ค่าเดินในประเทศไทยในวันเดินทางไปและกลับ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าของฝาก เงินทำบุญ ค่าซิมโทรศัพท์
  • ค่าประกันทรัพย์สินเสียหายจากการเดินทาง 

 โปรแกรมทัวร์เต็ม

วันที่  1 : 4 มีนาคม 2566 กรุงเทพ (ดอนเมือง) 

 04.30 น. พบกันที่สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสายขาออกระหว่างประเทศประตู 1 สายการบิน Air Asia

05.00 น. เช็คอินสายการบิน Air Asia ไฟลท์ fd122 เดินทางสู่สนามบินคยา ใ้ชเวลาเดินทาง 3.20 ชม. แต่อินเดียเวลาช้ากว่าไทย1.30 เวลาท้องถิ่นที่เราไปถึงจะบวกเพิ่มไปอีกนิดค่ะ

10.10 น. ถึงสนามบินคยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน

  • เอกสารฟ้าจัดการเขียนให้ทั้งหมด ตอนคุณแอร์โอสเตสมาแจกรับเอกสารไว้แล้วนอนต่อได้เลยค่ะ
  • ตม.อินเดียที่คยามีประมาณ 4-5 เคาเตอร์ น้อยมากและทำงานช้ามาก ค่อยๆเปิดเล่มพาสปอต ค่อยๆแสกน เราอาจใช้เวลาที่ขั้นตอนนี้สักพัก ถือเป็นการรับน้องด่านแรกนะคะ

ผ่านตม.มารับกระเป๋า แล้วเดินทางต่ไปทานกลางวันกันที่วัดเนรัญชราวาส พักผ่อนให้หายเพลียจากการเดินทางแล้วออกไปกราบสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ สังเวชนียสถานแห่งที่ 1 กันค่ะ 

ใช้เวลาสวดมนต์ทำวัตรเย็น เดินดูรอบๆและกลับมาทานอาหารเย็นพักผ่อนที่วัด เตรียมตัวเพื่อเดินทางตามรอยพระพุทธเจ้าในวัดถัดไป

 

 วันที่  2 : 5 มีนาคม 2566 ราชคฤห์ - นาลันทา (ไปเช้าเย็นกลับ)

สถานที่พาญาติธรรมไปกราบสักการะ : วัดเวฬุวัน เขาคิชกูช หลวงพ่อองค์ดำนาลันทาและสถานที่อื่นๆที่เกี่ยวกับข้องกับพระพุทธเจ้าในช่วงประทับอยู่ที่กรุงราชคฤห์ 

ช่วงเช้า-บ่าย

ทานอาหารเช้าที่วัดเนรัญชราวาสและออกเดินทางไปยังเมืองราชคฤห์ซึ่งเป็นเมืองสำคัญมากในชีวิตของพระพุทธเจ้า ราชคฤห์แห่งนี้เป็นเมืองแรกในแดนพุทธภูมิที่พุทธศาสนาตั้งมั่นโดยมีพุทธสาวกคนสำคัญคือพระเจ้าพิมพิสาร ปาวารณาตัวเป็นพุทธศาสนิกชน ในราชคฤห์จึงมีสถานที่มากมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพระพุทธเจ้าให้เราได้ศึกษาและกราบสักการะเช่น

  • วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา
  • วัดและสถานพยาบาลของหมอชีวกโกมารภัฏ
  • ยอดเขาคิชกูช สถานที่ปลีกวิเวกของพระพุทธเจ้า ตรัสเทศน์หลายพระสูตรที่นี่และมีถ้ำอัครสาวกทั้งสอง และสถานที่พระสารีบุตรบรรลุธรรม
  • คุกสถานที่คุมขังพระเจ้าพิมพิสาร ถูกจับขังโดยลูกชายของตนคือพระเจ้าอชาตศัตรูเพราะหลงผิดไปคบคิดกับพระเทวทัต
  • ตะโปทาราม สถานที่อาบน้ำสาธารณของคนอินเดียท้องถิ่น สถานที่นี้นอกจากจะเป็นสถานที่ท้องถิ่น แสดงถึงวัฒนธรรมของชาวอินเดียแล้วยังแสดงธรรมได้ชัดเจนอีกด้วย

ทานกลางวันกันที่วัดไทยสิริราชคฤห์และเดินทางต่อไปที่นาลันทา เมืองใกล้ๆเพื่อไปกราบสักการะ

  • หลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเผาทำลายจากกองทัพมุสลิมแต่เผาอย่างไรก็ไม่ไหม้ ท่านจึงขึ้นชื่อเรื่องการให้พรด้านสุขภาพ ไปขอพรท่านกันค่ะ
  • มหาวิทยาลัยนาลันทา ด้านในมีสถูปพระสารีบุตร สถานที่ท่านโปรดโยมแม่ก่อนนิพพาน

เรื่องราวเหล่านี้แค่เกริ่นๆค่ะ พอไปถึงสถานที่จริงๆได้ฟังวิทยากรกันเพลินหู ดูข้างทางกันเพลินตาแน่นอนค่ะ

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น พักผ่อนที่วัดเนรัญชราวาส

 ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

 ราชคฤห์ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถาน 4 ตำบลแห่งใดเลย แต่เป็นเมืองสำคัญมากในยุคพุทธกาลเพราะเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธ 1 ในแคว้นมหาอำนาจในยุคนั้น ปกครองโดยพระเจ้าพิมพิสารพระเจ้าพิมพิสารเคยเจอเจ้าชายสิทธัตถะแล้วก่อนแล้วเมื่อครั้งทรงออกบวชและเดินมาจากกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ด้วยวรรณะ ผิวพรรณ หน้าตา เมื่อมาถึงราชคฤห์ชาวบ้านก็อื้ออึงกันถึงความงามจนพระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปพบพร้อมเสนอให้ออกจากเพศนักบวชแล้วมาช่วยกันปกครองแคว้นมคธ เจ้าชายสิทธัตถะทรงปฏิเสธไป พระเจ้าพิมพิสารจึทูลขอว่าหากทรงตรัสรู้ธรรมเมื่อใดให้มาโปรดท่านด้วย เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้อนุตตระสัมมาสัมโพธิญาณใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว ก็ทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ทรงเสด็จกลับไปโปรดพระเจ้าพิมพิสาร และพุทธศาสนาก็ตั้งมั่นที่ราชคฤห์เป็นแห่งแรกในโลก นับจากนั้นเป็นต้นมา

"คณะพระสงฆ์กราบพระพุทธรูป ณ วัดเวฬุวัน ราชคฤห์" "พระและญาติโยม ถ่ายรูปหมู่ ณ เขาคิชกูช ราชคฤห์" "ทริปกราบสักการะสังเวชนียสถาน อชันต้า เอลโลร่า 2563"
วัดเวฬุวันมหาวิหาร วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา กุฏิพระพุทธเจ้าบนยอดเขาคิชกูช ราชคฤห์ หลวงพ่อองค์ดำ นาลันทา เตรียมน้ำมันมะพร้าวไปทาขอพรเรื่องสุขภาพค่ะ

 

วันที่ 3 : 6 มีนาคม 2565 : พุทธคยา เต็มวัน

 ชมสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ร่วมงานวันมาฆะบูชาและให้เวลาอิสระในการปฏิธรรมในวันพระใหญ่ในสถานที่ตรัสรู้

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่วัด มากราบสักการะพระพุทธเมตตา พระประธานภายในเจดีย์มหาโพธิ์ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ เยี่ยมชมและกราบสักการะบริเวณโดยรอบในเจดีย์พุทธคยา ให้เวลาปฏิบัติอิสระในวันพระใหญ่มาฆะบูชา 

กลางวันกลับไปทานอาหารที่วัดเนรัญ ช่วงบ่ายออกมาเยี่ยมชมสถานที่ดังนี้ 

  • สถูปบ้านนางสุชาดา
  • สถานที่นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส
  • สถานที่ลอยถาดอธิษฐานจิตว่าจะตรัสรู้

และให้เวลาปฏิบัติอิสระที่ต้นโพธิ์หรือเดินเล่นดูของในเมืองค่ะ

วันพระใหญ่นี้ท่านใดอยากอยู่ปฏิบัติส่วนตัวที่พุทธคยาได้เลยตามสะดวกนะคะ เราจะกลับมาพุทธคยาอีกในวันที่ 12 มีนาคมค่ะ มีเวลาในต้นโพธิ์และช้อปปิ้งแน่นอนค่ะ

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น และพักผ่อน ณ วัดเนรัญชราวาส

 ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

พุทธคยา ชื่อเดิมคืออุรุเวลาเสนานิคม ที่นี่นอกจากเป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถาน ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้แล้ว ยังมีกลุ่มพระสงฆ์กลุ่มแรกๆที่ทรงมาโปรดนั่นคือเหล่านักบวชชลิล ชลิลคือนักบวชกลุ่มหนึ่งเน้นการบูชาไฟ หลังจากโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 แล้ว ทรงเดินกลับมาเพื่อมาสอนชลิลกลุ่มนี้ ทั้งที่ชลิลกลุ่มนี้อยู่ใกล้กว่าแต่กลับไม่สอนก่อน ทรงเดิน 11 วันไปที่พาราณสี เพื่อไปโปรดปัญจวัคคีย์แล้วค่อยกลับมาสอนชลิล นั่นแสดงว่าท่านต้องมีเหตุผลแน่นอน หากเราศึกษาพุทธประวัติในเชิงประจักษ์แนวนี้ เราจะเข้าใจการทำงาน วิธีการสอนของพระพุทธเจ้ามากขึ้นแน่นอนค่ะ

"คณะแสวงบุญ ถ่ายรูปหมู่ด้านหน้าเจดีย์มหาโพธิ์ พุทธคยา"
รูปหมู่สวยๆ ณ เจดีย์มหาโพธิ์ วันสุดท้ายมีเวลาเยอะ ตามเก็บถ่ายรูปสวยๆให้ทุกคนค่ะ
"ทัวร์แสวงบุญ แห่ผ้าห่มถวายพระพุทธเมตตา" "คณะทัวร์แสวงบุญสี่สังเวชนียสถาน ถ่ายรูปหมู่ในวิหารพระพุทธเมตตา" "คณะทัวร์แสวงบุญสี่สังเวชนียสถาน ทอดผ้าป่าถวายวัดเนรัญชราวาส พุทธคยา อินเดีย"
ร่วมห่มผ้าถวายพระพุทธเมตตา รูปหมู่ภายในวิหารพระพุทธเมตตา ร่วมทอดผ้าป่าบำรุงวัดเนรัญชราวาส

  

"คณะพระสงฆ์ กราบสักการะสัตตมหาสถาน ณ พุทธคยา" "ผู้คนภายในวิหารประดิษฐพระพุทธเมตตา" "ตึกที่พัก ตึกหลวงพ่อแดง ณ วัดเนรัญชราวาส"
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ สังเวชนียสถานแห่งที่ 1 พุทธคยา พระพุทธเมตตา ณ เจดีย์มหาโพธิ์ พุทธคยา  วัดเนรัญชราวาส ที่พักคืนนี้ค่ะ

 วันที่ 4 : 7 มีนาคม 2566 : พุทธคยา - พาราณสี สถานที่แสดงปฐมเทศนา

 สถานที่พาญาติธรรมไปกราบสักการะ : สังเวชนียสถาน ธัมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา พิพิธภัณฑ์สารนาถ ล่องแม่น้ำคงคา

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางสู่เมืองพาราณสี แห่งแคว้นกาสีในสมัยพุทธกาล พาราณสีเป็นเมืองใหญ่ เมืองสำคัญที่ปัจจุบันก็ยังสำคัญอยู่

หลังจากตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว ทรงพิจารณาถึงคนที่จะสอนได้ และเล็งเห็นว่าเหล่าปัญจวัคคีย์นี้ล่ะที่มีธุลีในตาน้อยพอจะเข้าใจธรรมที่ทรงค้นพบจึงเดินจากพุทธคยามาพาราณสี พบปัญจวัคคีย์และเทศน์สอนธรรมบทแรก ธัมจักรกัปปวัตรสูตร (เราจะสวดมนต์บทนี้กันที่สถานที่จริง หัดสวดไปได้เลยนะคะ)

  • ธัมเมกขสถูป สังเวชนียสถานแห่งที่ 4 สถานที่แสดงปฐมเทศนา
  • บริเวณโดยรอบป่าอิสิปตนมฤทายวัน
  • พิพิธภัณฑ์สารนาถ สถานที่เก็บรักษาหัวเสาอโศกที่สมบูรณ์และพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่สวยงามที่สุด

หลังจากนั้นพาท่านไปชมวิถีชีวิตชาวอินเดีย ที่ใช้ชีวิตแบบนี้มากว่า 4,000 ปี ณ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา

  • ล่องแม่น้ำคงคา ชมวิถี พิธัดั้งเดิมของคนอินเดีย 
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อนที่โรงแรม Pinacle

 ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

 พาราณสี เป็นเมืองสำคัญของโลกในแง่สังคม วัฒนธรรม อารยธรรม ที่นี่ถูกกครองสลับกันไปมาระหว่างเจ้านครฮินดูและอิสลามจนถึงช่วงอังกฤษ แม่น้ำคงคาเป็นไฮไลท์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ถึงแม้จะเป็น Top Destination ขาดนี้ พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่แค่ครั้งเดียว อยู่จำพรรษาเดียวคือช่วงเวลาหลังจากตรัสรู้และมาโปรดปัญจวัคคีย์ หลังจากนั้นไม่เสด็จมาที่นี่อีกเลยค่ะ

 

"คณะทัวร์แสวงบุญ สวดมนต์ที่ธัมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา" "วิวริมฝั่งแม่น้ำคงคา พาราณสี อินเดีย" "ทัวร์แสวงบุญ สะพานบุญทัวร์ ถ่ายรูปหน้าพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สารนาถ"
ธัมเมกขสถูป สถานที่แสงปฐมเทศนา ล่องแม่น้ำคงคา ชมวิถีชีวิตของคนอินเดีย พิพิธภัณฑ์สารนาถ เก็บรักษาพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่งดงามที่สุด

 

วันที่ 5 : 8 มีนาคม 2566  :  พาราณสี - สาวัตถี 

 สถานที่พาญาติธรรมไปกราบสักการะ : วัดเชตวันมหาวิหาร สร้างถวายโดยอนาฑบิณฑิกเศรษฐี

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางสาวัตถี มหานครคนดี สาวัตถีเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล สมัยพุทธกาลสาวัตถีจึงเป็นเมืองใหญ่มีคนมาศัยอยู่มากมาย

เจ้าครองแคว้นคือพระเจ้าปเสนทิโกศลผู้ซึ่งรักและศรัทธาในตัวพระพุทธเจ้ามาก จนอยากดองด้วยถึงขั้นส่งคนไปเจ้าหญิงจากแคว้นสักกะมาแต่งงาน จนสุดท้ายกลายเป็นโศกอนาฏกรรมล้างวงศ์วานของพระพุทธเจ้าที่นี่เป็นที่ที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา จึงตรัสสอนพระสูตรมากมายที่นี่ เราจะไปกราบสักการะสถานที่สำคัญเหล่านี้

  • วัดเชตวันมหาวิหาร ชาวพุทธคงคุ้นเคยกันดีกับผู้สร้างนั่นคืออนาถบิณฑิกเศรษฐี เราจะไปดู ไปสวดมนต์กันที่สถานที่จริงกันค่ะ
  • อานันทโพธิ์ ปลูกจากหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ตอนแรก ยืนต้นมาจวบจนปัจจุบัน
  • สถูปบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี 
  • สถูปบ้านพ่อองคุลีมาล ใช่ค่ะ มหาโจรพันนิ้วก็มีบ้านเกิดอยู่ที่นี่
  • สถานที่พระเทวทัตโดนธรณีสูบ
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อนที่วัดไทยสาวัตถีวิปัสสนา

   ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

สาวัตถี เป็นอีกเมืองที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถาน แต่เป็นอีกเมืองสำคัญของประวัติศาสตร์พุทธศาสนา สาวัตถีอย่างที่กล่าวไปว่าเป็นเมืองหลวงของแค้นโกศล ในสมัยพุทธกาลโกศลเป็นแคว้นใหญ่พอๆกับมคธและมีความเกี่ยวข้อง เกี่ยวดองกับพระพุทธเจ้า ด้วยความที่ทรงประทับที่นี่นานถึง 5 พรรษา จึงเกิดเหตุการณ์ เกิดพระสูตรมากมายที่นี่ ดังนั้นสาวัตถีจึงเป็นเมืองที่พลาดไม่ได้ รวมถึงวัดเชตวันที่เราจะพาไปกราบสักการะ เป็นอีกวัดใหญ่ วัดดังเดิมในพุทธศาสนา การได้ไปกราบสักการะสักครั้งจึงเป็นโอกาสสำคัญของเรามากค่ะ

"คณะทัวร์แสวงบุญอินเดีย 2561 ถ่ายรูปหมู่ที่วัดเชตวัน สาวัตถี " "อานันทโพธิ์ ที่วัดเชตวัน สาวัตถี"  
กุฏิพระพุทธเจ้า ณ วัดเชตวันมหาวิหาร ต้นอานันทโพธิ์ ปลูกจากกน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นแรก   

 วันที่ 6 : 9 มีนาคม 2566  :  สาวัตถี - ลุมพินี  

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่วัดและออกเดินทางสู่ด่านชายแดนอินเดีย เนปาล เสาโนรี ก่อนจะข้ามด่านแวะพักทานโรตีและเข้าห้องน้ำก่อนข้ามด่านที่วัดไทยนวราชย์รัตนาราม 960 ผ่านกระบวนการตรวจคนออกเมืองกันก่อนแล้วเดินทางไปสู่จุดหมายของเรา

  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 3 ลุมพินี สถานที่ประสูติ 

วันนี้เราจะผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) โปรแกรมการเดินทางหน้างานขึ้นอยู่กับการทำงานของเจ้าหน้าที่ค่ะ 

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น พักผ่อนที่โรงแรม Sarashree

 ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

ลุมพินี ปัจจุบันอยู่ในเขตแดนของประเทศเนปาลแต่สมัยเดิมลุมพินีตั้งอยู่ในเขตแดนของอินเดียตั้งแต่สมัยอินเดียยังเป็นมหาชนบท (มหาชนบทแปลว่าเมืองเจริญ) ลุมพินีดั้งเดิมคือสถานที่บริเวณแคว้นสักกะบ้านเกิด บ้านพ่อของเจ้าชายสิทธัตถะ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในประเทศเนปาล เราก็จะมากราบกันค่ะ ราคาทัวร์รวมวีซ่าเนปาลแล้วค่ะ ลุมพินีไม่ใช่เมืองแต่เป็นสวนพักระหว่างเมือง ที่เจ้าชายสิทธัตถะมาประสูติที่ลุมพินีเพราะในสมัยพุทธกาลเป็นธรรมเนียมของหญิงที่จะเดินทางไปคลอดที่บ้านแม่ แต่พระนางสิริมหามายาไปไม่ทัน จึงทรงมีประสูติกาลที่สวนลุมพินี

 

"สมาชิกสะพานบุญทัวร์ พักทานโรตี ที่วัดไทย960" "คณะทัวร์แสวงบุญอินเดีย ถ่ายรูปหมู่ที่รูปปั้นพระโพธิสัตว์เจ้าชายสิทธัตถะ ลุมพินี" "คณะทัวร์แสวงบุญ ถ่ายรูปหมู่ด้านหน้าสถานที่ประสูติ ลุมพินี"
แวะทาโรตี ชา กาแฟที่ วัดไทยนวราชย์รัตนาราม ก่อนข้ามด่านเนปาล พระโพธิสัตว์เจ้าชายสิทธัตถะ ลุมพินี วิหารมายาเทวี สร้างครอบสถานที่ประสูติ

 วันที่ 7 : 10 มีนาคม 2566  :  ลุมพินี - กุสินารา

ช่วงเช้า 

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางกลับสู่อินเดีย ผ่านกระบวนการตม.กันอีกรอบ แวะวัดไทย 960 เพื่อทานกาแฟ ทานโรตีและเดินทางสู่กุสินารา สถานที่ปรินิพพาน

  • กราบสักการะมหาปรินิพพานสถูปสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
  • กุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและเข้าพักที่โรงแรม Om Residency

 

"ทัวร์สังเวชนียสถาน อินเดีย ปี2556 กราบสถานที่ปรินิพพาน" "ทัวร์สังเวชนียสถาน ปี2558 กราบสักการะมกุฏพันธนเจดีย์ กุสินารา" "ทัวร์สังเวชนียสถาน ปี2561 ถ่ายรูปหมู่ที่เสาอโศก ไวสาลี"
มหาปรินิพพานสถูป สร้างครอบสถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน กุสินารา มกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมสรีระ กุสินารา เสาอโศก ณ วัดป่ามหาวัน ไวสาลี สถานที่กำนดน้ำพระพุทธมนต์และภิกษุณี

   ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

  กุสินาราในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเล็กในแคว้นมัลละ แต่สมัยดั้งเดิมก่อนยุคพุทธกาลเป็นเมืองใหญ่มากชื่อเมืองกุสาวดี ปกครองโดยพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ยิ่งใหญ่มากในช่วงนั้น ของวิเศษใดๆที่หาได้เป็นของพระเจ้ามหาสุทัสสนะหมด ซึ่งพระเจ้ามหาสุทัสสนะก็คือชาติภพก่อนๆของพระพุทธเจ้าและท่านก็กลับมาปรินิพพานที่กุสินาราแห่งนี้

  วันที่ 8 : 11 มีนาคม 2566  :  กุสินารา - ไวสาลี - พุทธคยา

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมและออกเดินทางสู่ปัตนะระหว่างทางแวะเมืองเกสรียา แวะชมมหาสถูปเกสรียา สถูปต้นแบบของบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบันและเดินทางต่อสู่ไวสาลี

เมืองเดิมตั้งแต่สมัยพุทธกาลระหว่างทางแวะกราบสักการะ

  • วัดป่ามหาวัน สถานที่พระนางมหาปชาบดีโคตมีขอบวช 
  • เสาอโศกต้นที่สมบูรณ์ที่สุด

 เสาอโศกนั้นเป็นจุดหมุดหมายสำคัญในการแสดงว่าสถานที่นี้คือสังเวชนียสถาน เสาอโศกสร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ในราชวงศ์เมารยะ ช่วงยุคหลังพระพุทธเจ้าประมาณ 200 ปีท่านเป็นกษัตริย์ที่มีคุณูปการยิ่งใหญ่ในพุทธศาสนาของเรา ในเส้นทางสังเวชนียสถาน เสาอโศกที่ไวสาลีเป็นต้นที่สมบูรณ์ที่สุด

เดินทางต่อสู่พุทธคยา

 เย็น  ทานอาหารค่ำและเข้าพักวัดเนรัญชราวาส

ไวสาลี ชื่อเดิมก็คือไวสาลี ที่แห่งนี้คือต้นกำเนิดระบอบประชาธิปไตยแห่งแรกของโลก ไวสาลีเป็นเมืองหลวงของแคว้นวัชชี พระเจ้าอชาตศัตรูอยากได้วัชชีมานานมาก แต่ด้วยหลักธรรมและหลักการปกครองของเจ้าลิจฉวี (ชื่อของชนชั้นปกครองของวัชชี) จึงทำให้ตีไม่ได้เสียที จนพรรษาสุดท้ายของพระพุทธเจ้า พระเจ้าอชาตศัตรูส่งวัสสการพรามณ์ไปถามความเมือง จริงๆพระพุทธเจ้าไม่ได้แนะแต่ระดับที่ปรึกษากษัตริย์แค่นั่งฟังก็ได้ไอเดียจึงออกอุบายกับพระเจ้าอชาติศัตรูสุดท้าย วัชชีก็ตกเป็นของแคว้นมคธหลังจากพุทธปรินิพพาน

วันที่ 9 : 12 มีนาคม 2566  :  พุทธคยา เต็มวัน

ให้เวลาอิสระที่ต้นโพธิ์ ช้อปปิ้งของฝากก่อนกลับไทยวันรุ่งขึ้น

วันที่ 10 : 13 มีนาคม 2566  :  พุทธคยา - กรุงเทพ

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่วัดและออกเดินทางมาสนามบินคยา เช็คอินสายการบิน Air Asia ไฟลท์ fd123 ใช้เวลาเดินทาง 2.40 ชม. 

10.40 น. ออกเดินกลับไทย ทานอาหารกลางวันบนเครื่องค่ะ

14.50 น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง เข้าไทยสบายๆ หากมีเอกสารต้องลงทะเบียน ฟ้าจัดการให้ก่อนล่วงหน้าค่ะ

ขอบคุณที่ร่วมเดินทางตามรอยพระพุทธเจ้า ณ 4 สังเวชนียสถานมาด้วยกัน 

บุญได้ที่ได้ร่วมทำกันมาขอให้ส่งถึงทุกสมาชิกทุกท่าน สุขภาพกาย สุขภาพใจแข็งแรง รอไปเที่ยวด้วยกันใหม่รอบหน้านะคะ

 

 หมายเหตุ

  • การเดินทางตามเส้นทางสังเวชนียสถานเป็นการเดินทางในระยะทางพอสมควรและระหว่างทางไม่มีร้านอาหารตามแบบสากลที่เหมาะสมกับคนไทย จึงมีความจำเป็นต้องทานอาหารแบบแพ็คกล่องจากวัดไทยเพื่อความปลอดภัยด้านสุขลักษณะอนามัยของญาติโยมค่ะ
  • ประเทศอินเดีย เป็นประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยหลายด้าน กำหนดการสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ตามเหตุปัจจัยได้ตลอดเวลาตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัย และความเหมาะสม โดยยึดถือผลประโยชน์ของญาติธรรมเป็นหลักค่ะ