การเตรียมตัวไปจาริกแสวงบุญ ตอนที่ 3 การปฏิบัติตัว การแต่งกาย กิจกรรม

ถึงแม้ว่าการไปแสวงบุญ กราบสักการะสังเวชนียสถานที่อินเดียจะแลดูเป็นทัวร์บุญ ทัวร์พระ ทัวรืปฏิบัติธรรม หลายท่านอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าเราจะไปหัวเราะ ยิ้มแย้มในสถานที่นั้นๆได้มั้ย จะแต่งตัวยังไง ต้องเคร่งปิดวาจาเลยหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบค่ะ

1.การปฏิบัติตัว

ธรรมะบทแรกที่พระพุทธเจ้าสอนเหล่าปัญจวัคคีย์คือทางสายกลาง และสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านทำผิดพลาดมาเองตลอด 6 ปีคือการทรมานตน นั่นคือการเอาตนเองอยู่ห่างไกลจากทางสายกลาง ท่านไปสนับสนุนการกระทำใดก็ตามที่สุดโต่งเกินไป

 

ดังนั้นConceptของสะพานบุญทัวร์คือการไปแบบทางสายกลาง

 

สิ่งสำคัญของการไปกราบสังเวชนียสถานตามพุทธพจน์ ในมหาปรินิพพานสูตรคือการไปเพื่อยังไว้ซึ่งการสลดสังเวชใจ ซึ่งการสลดสังเวชใจนี้ไม่ใช่ความหมายทางลบ แต่เป็นความหมายทางบวก

การปลงสังเวชคือการเห็นอะไรบางอย่าง เพื่อการตระหนักรู้ รู้อะไรคะ รู้สัจธรรมความจริง ว่าขนาดมหาบุรุษท่านยังต้องเกิด แก่ เจ็บและตายไป แต่ท่านไม่ได้ตายเปล่า ท่านใช้ชีวิตของท่านเองให้เป็นประโยชน์ ยังประโยชน์ไว้เพื่อคนมากมาย  

การไปจาริกแสวงบุญก็เปรียบเหมือนการไปศึกษาธรรมะทางตรง เห็นชัดๆว่าคนตายเขาแบกไปเผายังไง คนเจ็บ คนขอทาน เขาลำบากยังไง สัตว์น้อยใหญ่ที่กำลังอาศัยร่วมกับคนหิวโหยอย่างไร คนปกติที่ลำบากมากใช้ชีวิตได้น่าสงสารขนาดไหน แล้วคิดต่อไปในทางพุทธว่ามีเหตุย่อมมีผล

ผลของชีวิตนี้ที่ต้องลำบากย่อมมาจากการกระทำ การสร้างกรรมดีกรรมชั่วไว้ในชีวิตก่อน หากเราคิดได้แบบนี้เราจะกลัวการทำกรรมชั่ว

 

นี่คือตัวอย่างน้อยนิดของการปลงสังเวชใจที่พระพุทธเจ้าท่านบอกค่ะ และนี่คือสาระ สาระของการไปแสวงบุญ สาระของการไปกราบสังเวชนียสถาน

นอกจากสภาพธรรม ความต่างกันของคน สัตว์ ข้างๆรถที่เราเจอแล้ว เราๆในรถ ในสังคมย่อมต่างกันด้วยจริตที่ทำมาจากชีวิตก่อนหน้า บางท่านเข้าถึงเร็ว บางท่านเข้าถึงช้า บางท่านสงบเงียบ บางท่านเริงร่า นั่นคือจริตติดมา ซึ่งอะไรภายนอกก็ไม่สำคัญเท่าความปีติใจภายใน

หากใจเราสงบ ใจเราดี ไม่เศร้าหมองด้วยการกระทบของสภาพธรรมที่ไม่น่าอภิรมย์ เมื่อนั้นเราก็สามารถสัมผัสได้ถึงสาระของการไปสังเวชนียสถานค่ะ

อย่ากังวลไปว่าเราจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ปิดวาจา ปฎิบัติให้บรรลุ อย่าเครียด อย่ากังวลค่ะ เพราะขนาดพระอานนท์ ท่านยังบรรลุอรหันต์ก่อนสังคายนาไม่กี่ชั่วโมง เราๆมนุษย์ธรรมดาอย่ากดดันตัวเองกับการไปทำบุญเลยค่ะ จิตจะเศร้าหมอง ยังใจให้ปีติไว้ เป็นตัวท่านเองที่เปิดใจ เปิดตามองในสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านบอกให้มามอง แล้วการไปอินเดียครั้งนี้จะคุ้มค่าอย่างหาอะไรมาเปรียบไม่ได้แน่นอนค่ะ

 

2.การแต่งกาย

 หลายท่านถามมาว่า "ต้องใส่ชุดขาวเท่านั้นหรือ"

อันนี้ก็ต้องตอบว่า แล้วแต่คณะค่ะ ตามหัวข้อข้างต้น สะพานบุญทัวร์เน้นจิตใจที่ปีติ ไม่เศร้าหมอง หากท่านใส่ขาวแล้วจะกังวลว่าจะเลอะ ก็ตัดปัญหาตรงนั้นไปด้วยการใส่อะไรก็ได้ที่ สะดวก ประหยัด สบาย ถูกกาละเทศะดีกว่าค่ะ

 การเตรียมตัวไปแสวงบุญ การแต่งกาย

สะดวก

ในที่นี้คือถ้าสะดวกจะแต่งแบบไหนก็แต่แบบนั้นค่ะ บางท่านชอบใส่ดำ สุภาพดี มีเครื่องแต่งกายสีดำเยอะ หากจะไปอินเดียทีต้องใส่ขาวก็ต้องลำบากไปหาขาวอีก อันนี้ไม่สะดวกค่ะ บางท่านชอบสีสันสดใส แต่งสวยๆ หากไปกำหนดต้องใส่ชุดขาว ไม่ถูกจริต อันนี้ก็ลำบากอีก คนเราต่างกัน ต่างที่มา จริตทำมาต่างกัน เราจะไปกราบพระพุทธเจ้า เราไปกราบด้วยกายที่พร้อม ใจที่ดีและเราต้องแฮปปี้ด้วยค่ะ จะไปบังคับว่าต้องชุดขาวปฏิบัติธรรม ก็ไม่ใช่เรื่อง ที่สำคัญคือหลายท่านไปอินเดียครั้งแรก แน่นอนว่าต้องอยากได้รูปสวยๆไปให้ลูกให้หลานดู ดังนั้นแต่งตามสะดวกค่ะ เอาที่มั่นใจไม่จำเป็นต้องเป็นชุดขาวปฏิบัติธรรม

 

ประหยัด

อย่างที่แจ้งไป หากจะต้องเสียเงินเพื่อไปซื้อเครื่องแต่งกายใหม่ ผู้จัดไม่สนับสนุนค่ะ เพราะมันไม่ประหยัดค่า แต่ถ้าท่านใดสะดวก ก็ไม่ขัด

 

สบาย

เส้นทางจาริกแสวงบุญเราต้องนั่งรถไป บางวันอาจจะนั่งนานหน่อยเพราะระยะทางไกล หากเราจะตามแฟชั่นใส่สกินนี่ยีนส์รัดๆก็ไม่ขัด แต่มันอาจจะไม่สบายตัวค่า เพราะเราจะขยับลำบาก เอาเครื่องแต่งงายที่ใส่สบาย ยืดหยุ่น นั่งรถนานๆแล้ว เครื่องแต่งกายไม่เป็นอุปสรรคนั่นล่ะ สาระของเรา

 

ถูกกาละเทศะ ... แน่นอน ไม่ว่าจะสวยหล่อ สีสันอย่างไรก็ตาม กาลเทศะต้องมาเสมอไม่ว่าจะอยู่ไทยหรืออินเดียค่ะ

 

  • เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเน้น ประหยัด ประโยชน์ สบาย ถูกกาลเทศะ แต่ช่วงที่ไปอาจจะไปเจออากาศที่กำลังอุ่นขึ้นในช่วงกลางวัน แต่ตอนเช้าและค่ำ อาจจะเย็น ดังนั้น เตรียมทั้งเสื้อผ้าหน้าร้อนและเสื้อคลุม ผ้าพันคอไปเผื่อด้วยค่ะ

 

  • แอร์รถบัสอินเดียเย็นมาก ซึ่งเบาไม่ได้ ไม่เปิดก็ปิดไปเลย ดังนั้นเตรียมผ้าพันคอ ผ้าคลุมไปสำหรับใส่ในรถด้วยค่ะ

 

  • รองเท้าใส่สบายใช้เดินระยะทางประมาณหนึ่งได้ เกือบทุกที่ต้องถอดรองเท้าแต่ไม่ต้องถอดถุงเท้าแบบพม่า ดังนั้น เน้นรองเท้าที่ใส่สบาย ถอดง่ายสวมง่าย ในโบราณสถานกลางแจ้ง อาจมีฝุ่น แนะนำให้ใช้ถุงเท้าสีเข้มๆ

 

  • ถ้าคำว่าเจอโบราณสถานกลางแจ้ง หมายความว่าเราหลีกเลี่ยงแดดไม่พ้น ซึ่งแดดอินเดียแรงแน่นอน ให้เน้นเตรียมเครื่องกันแดดไปค่ะ ไม่ว่าจะเป็น แว่นกันแดด เสื้อคลุม ผ้าคลุม ร่ม ครีมกันแดด

 

  • อินเดียฝุ่นเยอะ แต่เป็นฝุ่นใหญ่ไม่ใช่ฝุ่นpm2.5 อย่างบ้านเรา ใช้แมสปิดปากธรรมดาได้ค่ะ

 

 3.กิจกรรม

การไปทัวร์สี่สังเวชนียสถาน หรือที่เรียกสั้นๆว่าทัวร์แสวงบุญ ขึ้นชื่อว่าทัวร์ทำบุญ ทุกท่านต้องนึกถึงการเข้าวัดปฏิบัติธรรม ซึ่งไม่ผิด แต่เราไม่ได้จะไปปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียวค่ะ

การเดินทางออกนอกประเทศทุกครั้งเปรียบเสมือนการท่องเที่ยว เราไปเห็นสภาพแวดล้อม โลก สังคมใหม่ที่แตกต่างจากบ้านเรา ระหว่างทางมีสิ่งสวยงาม ที่น่าสนใจมากมาย เมื่อเราไปถึงสถานที่ ที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า อรหันตสาวก พุทธสาวก สาวิกา

 

กิจกรรมที่เราจะทำคือการไปเดินชมสถานที่ ฟังบรรยายสถานที่นั้นๆจากพระอ.วิทยากร สวดมนต์ บูชาสถานที่ แต่ที่ขาดไม่ได้คือสะพานบุญทัวร์ จัดสรรเวลาให้ทุกท่านได้สำรวมจิตใจ ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิตามอัธยาศัยในสถานที่สำคัญนั้น ซึ่งล้วนเป็นการสร้างบุญทั้งสิ้น

 การเตรียมไปแสวงบุญอินเดีย กิจกรรม

ในเมื่อสถานที่นั้นเป็นสถานที่แปลกใหม่ที่เราไม่เคยพบเจอ การถ่าย รูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกย่อมขาดไม่ได้ซึ่งสะพานบุญทัวร์มีกล้องกลางสำหรับถ่ายรูปให้ทุกท่าน สอดคล้องกับการเตรียมตัวข้อบน คือเมื่อเราต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกถึงการมาในสถานที่สำคัญ การแต่งกายด้วยชุดสุภาพและสวยงามตามความเหมาะสมเพื่อให้รูปออกมาดูดีตามประสาชาวฆราวาส จึงไม่ขัดแย้งอย่างใดกับการสำรวมกาย วาจา ใจ เพราะเราได้มาในสถานที่เหล่านี้ด้วยศรัทธานะคะ

 

นอกจากการปฏิบัติบูชาในสถานที่สำคัญแล้ว เมื่อเราถึงที่พัก สะพานบุญทัวร์จัดทอดผ้าป่าสามัคคีของคณะ ซึ่งทุกปีจะมีญาติธรรมที่ไม่สามารถไปได้ ส่งของ ส่งปัจจัยมาร่วม เราทุกคนในขณะจึงเป็นสะพานบุญร่วมกันในการนำสิ่งของจากไทย ซึ่งล้วนเป็นสิ่งมีประโยชน์มากแก่วัดไทย ให้ได้ไปใช้งานได้จริง อานิสงค์จากการเป็นทั้งผู้ไปแสวงบุญ ไปทำบุญด้วยตนเอง และการร่วมกันเป็นสะพานบุญขนส่งของใช้ไปถวายสังฆทาน ย่อมมีอานิสงค์มาก มีประโยชน์มาก และได้บุญมากทีเดียวค่ะ