ทัวร์แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน ทัชมาฮาล ชัยปุระ(จัยปูร์) 16-25 ธ.ค. 2569

ทัวร์แสวงบุญ อินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล

+ ทัชมาฮาล ชัยปุระ (จัยปูร์)

16-25 ธ.ค. 2569 

ไหว้พระ+เที่ยว มีเวลาให้ปฏิบัติ ไม่อัดโปรแกรม

 บินตรงคยา full service

พักโรงแรม 

 

 

รายละเอียดการเดินทาง

ระยะเวลา  11 วัน 10 คืน
ราคา  

84,000 บาท(รวมทุกอย่าง)

ราคารวม 

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ไฟลท์ที่ระบุในกำหนดการ
  • ค่ารถบัสที่ใช้ในการเดินทางในอินเดีย
  • ค่าที่พักทุกเมือง // ค่าอาหารทุกมื้อ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ทุกเมือง (พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน วัดตามเมืองต่างๆ)
  • ค่าวีซ่า 2 ประเทศอินเดีย เนปาล 
  • ค่าประกันการเดินทางวงเงิน1,000,000 บาท กรณีเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง (ไม่รวมประกันความเสียหายของสิ่งของและประกันสุขภาพ) 

ราคาไม่รวม 

  • ค่าน้ำหนักกระเป่าเดินทางโหลดใต้ท้องเครื่องที่เกินกว่าที่ระบุในกำหนดการ
  • ค่าทำพาสปอต ค่าเดินในประเทศไทยในวันเดินทางไปและกลับ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าของฝาก เงินทำบุญ ค่าซิมโทรศัพท์
  • ค่าประกันทรัพย์สินเสียหายจากการเดินทาง 
  • ทิปคนขับ เด็กรถ ไกด์อินเดียตามความพึงพอใจ
สายการบิน 

กรุงเทพ - คยา : Air Asia Fd122 : 09.15-11.00 น. : น้ำหนัก 30 kgs+อาหาร 

นิวเดลี - กรุงเทพ : Air Asia Fd131 : 23.20-05.45น. ของวันที่ 27 ธ.ค. : น้ำหนัก 20kgs

ที่พัก

พักโรงแรม 

พุทธคยา พักวัดเนรัญชราวาส (ห้องพักดีกว่าโรงแรมหลายที่ในพุทธคยา)

อาหาร

วัดไทยทานอาหารไทย

โรงแรม - ไทย จีน อินเดีย

จำนวนสมาชิก ไม่เกิน 25 ท่าน

เมืองที่ไป สถานที่เยี่ยมชม 

พุทธคยา

  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 1 สถานที่ตรัสรู้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เจดีย์พุทธคยา

  • สถูปบ้านนางสุชาดา
  • สถานที่ถวายข้าวมธุปายาส
  • สถานที่ลอยถาดอธิษฐาน 
  • อาศรมอุรุเวละกัสสปะ 

สารนาถ พาราณสี

  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 2 สถานที่แสดงปฐมเทศนา ธัมเมกขสถูปและสถานที่ภายในป่าอิสิมฤคทายวันเดิม

  • ล่องเรือชมแม่น้ำคงคา ชมพิธีบูชาคงคาอารตีและการเผาศพของคนฮินดู
กุสินารา
  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่ดับขันธปรินิพพาน 
  • มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิง พุทธสรีระ
ลุมพินี เนปาล
  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 4 สถานที่ประสูติ
ราชคฤห์
  • เขาคิชกูช สถานที่พักผ่อนอิริยาบท สถานที่วัสสการพรามณ์มาทูลถามวิธีตีแคว้นวัชชี
  • วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา
  • สถานที่อาบน่ำตามหลักความเชื่อด้านวรรณะ ตะโปทาราม
นาลันทา
  • โบราณสถานมหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก
  • สถูปพระสารีบุตร
  • หลวงพ่อองค์ดำนาลันทา
สาวัตถี
  • วัดเชตวันมหาวิหาร สร้างถวายโดยอนาถบิณฑิกเศรษฐี สถานที่ประทับนานที่สุดกว่า 25 พรรษา
  • สถูปบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
  • สถูปบ้านพ่อองคุลีมาล
อักรา
  • ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรัก 
  • อักราฟอร์ต พระราชวังแลัฐานที่มั่นของราชวงศ์โมกุล
จัยปูร์
  • Hawa Mahal พระราชวังแห่งสายลม
  • city palace 
  • Amber Fort ป้อมแห่งมหาราชา

รายชื่อที่พัก

พุทธคยา  วัดเนรัญชราวาส
พาราณสี โรงแรม HHW Buddha Lineage
กุสินารา โรงแรม Om International
ลุมพินี โรงแรม Landmark
สาวัตถี โรงแรม Platinum
อักรา  โรงแรม Ramada
จัยปูร์ โรงแรม Fern Residency

ดูรูปที่พักและบรรยากาศ

โปรแกรมการเดินทาง  16-25 ธันวาคม 2569

วันที่  1 : 16 ธันวาคม 2569 กรุงเทพ (ดอนเมือง) - คยา

 05.30 น. พบกันที่สนามบินดอนเมือง อาคาร 1 ผู้โดยสายขาออกระหว่างประเทศประตู 3-4 สายการบิน Air Asia

06.00 น. เช็คอินสายการบินไฟลท์ FD122 เดินทางสู่สนามบินคยา ใ้ชเวลาเดินทาง 3.00 ชม. 

11.00 น. ถึงสนามบินคยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน

  • เอกสารฟ้าจัดการเขียนให้ทั้งหมด ตอนคุณแอร์โอสเตสมาแจกรับเอกสารไว้แล้วนอนต่อได้เลยค่ะ
  • ตม.อินเดียที่คยามีประมาณ 4-5 เคาเตอร์ น้อยมากและทำงานช้ามาก ค่อยๆเปิดเล่มพาสปอต ค่อยๆแสกน เราอาจใช้เวลาที่ขั้นตอนนี้สักพัก ถือเป็นการรับน้องด่านแรกนะคะ

ผ่านตม.มารับกระเป๋า แล้วเดินทางต่ไปทานกลางวันกันที่วัดเนรัญชราวาส พักผ่อนให้หายเพลียจากการเดินทางแล้วออกไปกราบสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ สังเวชนียสถานแห่งที่ 1 กันค่ะ 

ใช้เวลาสวดมนต์ทำวัตรเย็น เดินดูรอบๆและกลับมาทานอาหารเย็นพักผ่อนที่วัด เตรียมตัวเพื่อเดินทางตามรอยพระพุทธเจ้าในวัดถัดไป

 

ทัวร์แสวงบุญ สังเวชนียสถาน 9-18พย.2565 ทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ตำบล อินเดีย เนปาล 9-18พย.2565 ทัวร์แสวงบุญ สังเวชนียสถาน 9-11พย.2565
บริเวณเจดีย์พุทธคยา  พระพุทธเมตตา ประดิษฐานภายในเจดีย์พุทธคยา ที่พัก วัดเนรัญชราวาส

 

วันที่  2 : 17 ธันวาคม 2569  : พุทธคยา - ราชคฤห์ - นาลันทา 

ช่วงเช้า-บ่าย

ทานอาหารเช้าที่วัดเนรัญชราวาสและออกเดินทางไปยังเมืองราชคฤห์ซึ่งเป็นเมืองสำคัญมากในชีวิตของพระพุทธเจ้า ราชคฤห์แห่งนี้เป็นเมืองแรกในแดนพุทธภูมิที่พุทธศาสนาตั้งมั่นโดยมีพุทธสาวกคนสำคัญคือพระเจ้าพิมพิสาร ปาวารณาตัวเป็นพุทธศาสนิกชน ในราชคฤห์จึงมีสถานที่มากมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพระพุทธเจ้าให้เราได้ศึกษาและกราบสักการะเช่น

  • วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา
  • วัดและสถานพยาบาลของหมอชีวกโกมารภัฏ
  • ยอดเขาคิชกูช สถานที่ปลีกวิเวกของพระพุทธเจ้า ตรัสเทศน์หลายพระสูตรที่นี่และมีถ้ำอัครสาวกทั้งสอง และสถานที่พระสารีบุตรบรรลุธรรม

ทานกลางวันกันที่วัดไทยสิริราชคฤห์และเดินทางต่อไปที่นาลันทา เมืองใกล้ๆเพื่อไปกราบสักการะ

  • หลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเผาทำลายจากกองทัพมุสลิมแต่เผาอย่างไรก็ไม่ไหม้ ท่านจึงขึ้นชื่อเรื่องการให้พรด้านสุขภาพ ไปขอพรท่านกันค่ะ
  • มหาวิทยาลัยนาลันทา ด้านในมีสถูปพระสารีบุตร สถานที่ท่านโปรดโยมแม่ก่อนนิพพาน

เรื่องราวเหล่านี้แค่เกริ่นๆค่ะ พอไปถึงสถานที่จริงๆได้ฟังวิทยากรกันเพลินหู ดูข้างทางกันเพลินตาแน่นอนค่ะ

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น พักผ่อนที่วัดเนรัญชราวาส

 ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

ราชคฤห์ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถาน 4 ตำบลแห่งใดเลย แต่เป็นเมืองสำคัญมากในยุคพุทธกาลเพราะเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธ 1 ในแคว้นมหาอำนาจในยุคนั้น ปกครองโดยพระเจ้าพิมพิสารผู้ซึ่งเคยเจอเจ้าชายสิทธัตถะแล้วก่อนแล้วเมื่อครั้งทรงออกบวช ด้วยผิวพรรณ หน้าตา เมื่อมาถึงราชคฤห์ชาวบ้านก็ลืออื้ออึงกันถึงความงามจนพระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปพบพร้อมเสนอให้ออกจากเพศนักบวชแล้วมาช่วยกันปกครองแคว้นมคธ เจ้าชายสิทธัตถะทรงปฏิเสธไป พระเจ้าพิมพิสารจึทูลขอว่าหากทรงตรัสรู้ธรรมเมื่อใดให้มาโปรดท่านด้วย เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้อนุตตระสัมมาสัมโพธิญาณใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว ก็ทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ทรงเสด็จกลับไปโปรดพระเจ้าพิมพิสาร และพุทธศาสนาก็ตั้งมั่นที่ราชคฤห์เป็นแห่งแรกในโลก นับจากนั้นเป็นต้นมา

 

วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา เมืองราชคฤห์ หลวงพ่อองค์ดำ นาลันทา
วัดเวฬุวันมหาวิหาร วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา กุฏิพระพุทธเจ้าบนยอดเขาคิชกูช ราชคฤห์ หลวงพ่อองค์ดำ นาลันทา เตรียมน้ำมันมะพร้าวไปทาขอพรเรื่องสุขภาพค่ะ

 

วันที่ 3 : 18 ธันวาคม 2569 : พุทธคยาเต็มวัน 

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่วัดและเดินทางไปชมสถานที่สำคัญดังนี้ (สลับได้ตามเวลาและสถานการณ์หน้างาน)

  • สถูปบ้านนางสุชาดา
  • สถานที่นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส
  • สถานที่ลอยถาดอธิษฐานจิตว่าจะตรัสรู้

กลางวันกลับไปทานอาหารที่วัดเนรัญและทอดผ้าป่าบำรุงวัดและช่วงบ่าย ตารางสบายๆค่ะ

  • ให้เวลาอิสระสำหรับช้อปปิ้ง
  • ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น และพักผ่อน ณ วัดเนรัญชราวาส

 

วันที่ 4 :  19 ธันวาคม 2569  : พุทธคยา-พาราณสี 

 

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางสู่เมืองพาราณสี แห่งแคว้นกาสีในสมัยพุทธกาล พาราณสีเป็นเมืองใหญ่ เมืองสำคัญที่ปัจจุบันก็ยังสำคัญอยู่

หลังจากตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว ทรงพิจารณาถึงคนที่จะสอนได้ และเล็งเห็นว่าเหล่าปัญจวัคคีย์นี้ล่ะที่มีธุลีในตาน้อยพอจะเข้าใจธรรมที่ทรงค้นพบจึงเดินจากพุทธคยามาพาราณสี พบปัญจวัคคีย์และเทศน์สอนธรรมบทแรก ธัมจักรกัปปวัตรสูตร (เราจะสวดมนต์บทนี้กันที่สถานที่จริง หัดสวดไปได้เลยนะคะ)

  • ธัมเมกขสถูป สังเวชนียสถานแห่งที่ 4 สถานที่แสดงปฐมเทศนา
  • บริเวณโดยรอบป่าอิสิปตนมฤทายวัน
  • พิพิธภัณฑ์สารนาถ สถานที่เก็บรักษาหัวเสาอโศกที่สมบูรณ์และพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่สวยงามที่สุด

หลังจากนั้นพาท่านไปชมวิถีชีวิตชาวอินเดีย ที่ใช้ชีวิตแบบนี้มากว่า 4,000 ปี ณ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา

  • ล่องแม่น้ำคงคา ชมวิถี พิธีดั้งเดิมของคนอินเดีย 
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อนที่โรงแรม HHW Buddha Lineage

 

ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

 พาราณสี เป็นเมืองสำคัญของโลกในแง่สังคม วัฒนธรรม อารยธรรม ที่นี่ถูกกครองสลับกันไปมาระหว่างเจ้านครฮินดูและอิสลามจนถึงช่วงอังกฤษ แม่น้ำคงคาเป็นไฮไลท์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ถึงแม้จะเป็น Top Destination ขาดนี้ พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่แค่ครั้งเดียว อยู่จำพรรษาเดียวคือช่วงเวลาหลังจากตรัสรู้และมาโปรดปัญจวัคคีย์ หลังจากนั้นไม่เสด็จมาที่นี่อีกเลยค่ะ

 

ธัมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา สารนาถ พาราณสี ล่องเรือแม่น้ำคงคา ชมเมืองพาราณสี พิพิธภัณฑ์สารนาถ
ธัมเมกขสถูป สถานที่แสงปฐมเทศนา ล่องแม่น้ำคงคา ชมวิถีชีวิตของคนอินเดีย พิพิธภัณฑ์สารนาถ เก็บรักษาพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่งดงามที่สุด

 

วันที่ 5 :  20 ธันวาคม 2569  : พาราณสี - กุสินารา 

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่โรงแรม และออกเดินทางสู่เมืองกุสินารา ชื่อเดิมคือกุสาวดี 

  • กราบสักการะมหาปรินิพพานสถูปสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
  • กุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ช่วงค่ำ ทานอาหารเย็นและเข้าที่พักที่โรงแรม Om International

  ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

กุสินาราในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเล็กในแคว้นมัลละ แต่สมัยดั้งเดิมก่อนยุคพุทธกาลเป็นเมืองใหญ่มากชื่อเมืองกุสาวดี ปกครองโดยพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ยิ่งใหญ่มากในช่วงนั้น ของวิเศษใดๆที่หาได้เป็นของพระเจ้ามหาสุทัสสนะหมด ซึ่งพระเจ้ามหาสุทัสสนะก็คือชาติภพก่อนๆของพระพุทธเจ้าและท่านก็กลับมาปรินิพพานที่กุสินาราแห่งนี้

สถูปปรินิพพาน ทัวร์สังเวชนียสถาน 9-18พย.2565 มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิง ทัวร์สังเวชนียสถาน 9-18พย. 2565  
มหาปรินิพพานสถูป สร้างครอบสถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน กุสินารา มกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมสรีระ กุสินารา  

 

 วันที่ 6 :  21 ธันวาคม 2569  : กุสินารา - ลุมพินี 

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมและออกเดินทางสู่ด่านชายแดนอินเดีย เนปาล เสาโนรี ก่อนจะข้ามด่านแวะพักทานโรตีและเข้าห้องน้ำก่อนข้ามด่านที่วัดไทยนวราชย์รัตนาราม 960 

ผ่านกระบวนการตรวจคนออกเมืองกันก่อนแล้วเดินทางไปสู่จุดหมายของเรา

  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 3 ลุมพินี สถานที่ประสูติ 
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น พักผ่อนที่โรงแรม Landmark 

  ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

ลุมพินี ปัจจุบันอยู่ในเขตแดนของประเทศเนปาลแต่สมัยเดิมลุมพินีตั้งอยู่ในเขตแดนของอินเดียตั้งแต่สมัยอินเดียยังเป็นมหาชนบท (มหาชนบทแปลว่าเมืองเจริญ) ลุมพินีดั้งเดิมคือสถานที่บริเวณแคว้นสักกะบ้านเกิด บ้านพ่อของเจ้าชายสิทธัตถะ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในประเทศเนปาล เราก็จะมากราบกันค่ะ ราคาทัวร์รวมวีซ่าเนปาลแล้วค่ะ ลุมพินีไม่ใช่เมืองแต่เป็นสวนพักระหว่างเมือง ที่เจ้าชายสิทธัตถะมาประสูติที่ลุมพินีเพราะในสมัยพุทธกาลเป็นธรรมเนียมของหญิงที่จะเดินทางไปคลอดที่บ้านแม่ แต่พระนางสิริมหามายาไปไม่ทัน จึงทรงมีประสูติกาลที่สวนลุมพินี

 

วัดไทย 960 แวะพักผ่อนก่อนข้ามด่าน เนปาล ในทัวร์สังเวชนียสถาน 9-18พย.2565 ลุมพินี เนปาล ทัวร์สังเวชนียสถาน 9-18พย.2565 ลุมพินี สถานที่ประสูติ ในทัวร์สังเวชนียสถาน 9-18พย.2565
วัดไทย 960 แวะพักผ่อนก่อนข้ามด่าน เนปาล ในทัวร์สังเวชนียสถาน 9-18พย.2565 พระพุทธเจ้าน้อยที่คนไทยคุ้นเคย มุมนี้ได้ถ่ายเดี่ยวทุกคนแน่นอนค่ะ วิหารมายาเทวี สร้างครอบสถานที่ประสูติ

 วันที่ 7 :  22 ธันวาคม 2569  : ลุมพินี - สาวัตถี

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางไปกลับอินเดีย ผ่านกระบวนการเข้าเมืองของอินเดียและแวะพักทานโรตีและเข้าห้องน้ำก่อนข้ามด่านที่วัดไทยนวราชย์รัตนาราม 960 กันอีกสักครั้ง เป็นโอกาสที่ดีสำหรับท่านที่ติดใจโรตีอารีดอยของที่วัดค่ะ หลังจากนั้นเดินทางต่อสู่สาวัตถี มหานครคนดี สาวัตถีเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล สมัยพุทธกาลสาวัตถีจึงเป็นเมืองใหญ่มีคนมาศัยอยู่มากมาย

เจ้าครองแคว้นคือพระเจ้าปเสนทิโกศลผู้ซึ่งรักและศรัทธาในตัวพระพุทธเจ้ามาก จนอยากดองด้วยถึงขั้นส่งคนไปเจ้าหญิงจากแคว้นสักกะมาแต่งงาน จนสุดท้ายกลายเป็นโศกอนาฏกรรมล้างวงศ์วานของพระพุทธเจ้า

(หากอยากฟังต่อ จองทัวร์เลยค่ะ)ที่นี่เป็นที่ที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา จึงตรัสสอนพระสูตรมากมายที่นี่ เราจะไปกราบสักการะสถานที่สำคัญเหล่านี้

  • วัดเชตวันมหาวิหาร ชาวพุทธคงคุ้นเคยกันดีกับผู้สร้างนั่นคืออนาถบิณฑิกเศรษฐี เราจะไปดู ไปสวดมนต์กันที่สถานที่จริงกันค่ะ
  • อานันทโพธิ์ ปลูกจากหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ตอนแรก เป็นต้นออริจินอลยืนต้นมาจวบจนปัจจุบัน
  • สถูปบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี 
  • สถูปบ้านพ่อองคุลีมาล ใช่ค่ะ มหาโจรพันนิ้วก็มีบ้านเกิดอยู่ที่นี่
  • สถานที่พระเทวทัตโดนธรณีสูบ
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อน ณ Hotel Platinum 

  ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

สาวัตถี เป็นอีกเมืองที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถาน แต่เป็นอีกเมืองสำคัญของประวัติศาสตร์พุทธศาสนา สาวัตถีอย่างที่กล่าวไปว่าเป็นเมืองหลวงของแค้นโกศล ในสมัยพุทธกาลโกศลเป็นแคว้นใหญ่พอๆกับมคธและมีความเกี่ยวข้อง เกี่ยวดองกับพระพุทธเจ้า ด้วยความที่ทรงประทับที่นี่นานถึง 5 พรรษา จึงเกิดเหตุการณ์ เกิดพระสูตรมากมายที่นี่ ดังนั้นสาวัตถีจึงเป็นเมืองที่พลาดไม่ได้ รวมถึงวัดเชตวันที่เราจะพาไปกราบสักการะ เป็นอีกวัดใหญ่ วัดดังเดิมในพุทธศาสนา การได้ไปกราบสักการะสักครั้งจึงเป็นโอกาสสำคัญของเรามากค่ะ

 

ทัวร์แสวงบุญ 2565 อานันทโพธิ์ ปลูกจากหน่อพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา
กุฏิพระพุทธเจ้า ณ วัดเชตวันมหาวิหาร ต้นอานันทโพธิ์ ปลูกจากหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นแรก 


 วันที่ 8 : 23 ธันวาคม 2569 : สาวัตถี - อักรา 

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางสู่อักรา วันนี้ใช้เวลาเดินทางทั้งวันค่ะ 

ช่วงเย็นถึงอักรา ทานอาหารเย็นและพักผ่อนให้เต็มที่ เลือกชุดสวยๆไปเที่ยวทัชมาฮาลวัดถัดไป

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น และพักผ่อน ณ โรงแรม Ramada

 

 วันที่ 9 :  24 ธันวาคม 2569   : ทัชมาฮาล อักราฟอร์ค

 

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมและไปชมทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรัก สร้างโดยพระเจ้าชาห์ จาฮันแห่งราชวงศ์โมกุล ราชวงศ์สุดท้ายก่อนอินเดียตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

เที่ยง

ทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร

บ่าย

ชมพระราชวังอักรา หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Agra Fort พระราชวังที่ราชวงศ์โมกุลอาศัยอยู่และเป็นที่คุมขังพระเจ้าชาห์ จาฮันโดยลูกชาย พระเจ้าออรังคเซบ

เดินทางสู่จัยปูร์ พักผ่อน ณ โรงแรม Fern Residency

 

วันที่ 10 : 25 มีนาคม 2569 : จัยปูร์เต็มวัน - กรุงเทพ

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่โรงแรม และออกเดินทางไปชม

  • Amer fort (พระราชวังอาเมอร์หรือเรียกว่า Amber fort) สร้างขึ้นโดยมหาราชามาน ซิงฮ์ ใน ปี ค.ศ. 1592
  • พระราชวังฤดูร้อน Jal mahal พระราชวังกลางน้ำ เพื่อใช้พักผ่อนคลายร้อนของราชวงศ์ ตั้งอยู่กลางทะเลสาบมันสกา (Man Sagar) โดยพระราชวังแห่งนี้ได้ทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลสาบและเทือกเขานหาร์การห์ (แวะถ่ายรูปด้านนอกเพราะวังไม่เปิดให้เข้าชมค่ะ)

  • Hawa mahal สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของสนมและหญิงที่ทำงานในวัง เพราะสมัยก่อนวังมีกฎห้ามไม่ให้หญิงสาวเหล่านั้นออกไปโลกภายนอก จึงสร้างอาคารสูงเปิดช่องหน้าต่างมากมายเพื่อให้หญิงในราชสำนักสัมผัสโลกภายนอกวังจากในวัง

เที่ยง

 ทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารหลังจากนั้นพาทุกท่านไปชม City palace จุดเช็คอินสำคัญ พระราชวังหลวงของจัยปูร์ที่ยังมีชีวิตเนื่องจากยังเป็นที่อยู่อาศัยปัจจุบันของราชวงศ์ผู้ก่อตั้งเมืองจัยปูร์ สร้างโดยมหาราชา จาย ซิงฮ์ หลังจากย้ายเมืองลงมาจาก Amer Fort และมีเวลาให้ช้อปปิ้งของฝากก่อนกลับไทย

ช่วงเย็น

 ทานอาหารเย็นที่โรงแรมและออกเดินทางไปยังสนามบินจัยปูร์

เช็คอินสายการบิน Air Asia  ไฟลท์ FD131 ออกเดินทางเวลา 23.20 และถึงประเทศไทย สนามบินดอนเมือง เวลา 05.45น.ของวันที่ 27 ธ.ค. 2569

 

 

หมายเหตุ เกี่ยวกับการเดินทางและอาหาร

อินเดียเป็นประเทศที่สามารถมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้สูง ดังนั้นการแพลนโปรแกรมทุกรอบ ฟ้าจะเผื่อเวลาสำหรับสิ่งนี้ เช่นการวันแรกที่ต้องผ่านตม.ที่พุทธคยาคือเผื่อเวลาเอาไว้เลย ถ้าเข้าต้นโพธิ์ไม่ได้วันนี้ยังมีเวลามาเก็บวันอื่น และด้วยเหตุความไม่แน่นอนสูงนี้เอง โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ตามเหตุปัจจัยได้ตลอดเวลาตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัย และความเหมาะสม โดยยึดถือผลประโยชน์ของญาติธรรมเป็นหลักค่ะ ไม่มีการตัดสถานที่แน่นอน แต่อาจจะสลับก่อนหลัง เช้าเย็นประมาณนี้ค่ะ ฟ้าเข้าใจว่าทุกคนตั้งใจไป ดังนั้นจะพาไปให้ครบเพื่อให้สมความตั้งใจค่ะ

เรื่องอาหารการเดินทางตามเส้นทางสังเวชนียสถานเป็นการเดินทางในระยะทางพอสมควรและระหว่างทางไม่มีร้านอาหารตามแบบสากลที่เหมาะสมกับคนไทยเพราะเมืองสังเวชนียสถานตั้งอยู่ในเมืองต่างจังหวัด ความเจริญแบบที่เราคุ้นเคยกันหาแทบจะไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะลำบากอะไรขนาดนั้นค่ะ ในส่วนของการทานอาหารจึงมีความจำเป็นต้องทานอาหารแบบแพ็คกล่องจากวัดไทย(ในบางวัน)เพื่อความปลอดภัยด้านสุขลักษณะอนามัยของทุกคนค่ะ