ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล + อชันต้า เอลโลร่า มุมไบ 10-21 ต.ค. 2569

ทัวร์อินเดีย 4 สังเวชนียสถาน + อชันต้า เอลโลร่า + มุมไบ 

10-21 ต.ค. 2569 

ทริปนี้จัดเที่ยวชมอารยธรรมพุทธครบ 2 ฝั่งประเทศ คือ สังเวชนียสถาน สถานที่ต้นกำเนิดพุทธศาสนา (ฝั่งขวา รัฐพิหารและรัฐอุตตรประเทศ)และวัดถ้ำอชันต้า เอลโลร่า + เที่ยวมุมไบ (ฝั่งซ้าย รัฐมหารัษฏระ) โดยเราจะบินไปฝั่งสังเวชนียสถานก่อน วนจนครบทุกสถานที่แล้วบินต่อมาฝั่งวัดถ้ำ อชันต้า 1 วัน เอลโลร่า 1 วัน ปิดท้ายด้วยบินไปเที่ยวมุมไบก่อนกลับไทยค่ะ

จุดเด่นของทริป

  • ไปครบ จบอารยธรรมพุทธมรดกโลก ฝั่งต้นกำเนิดพุทธศาสนาและฝั่งพุทธศาสนากระจายตัวไปทั่วอินเดีย
  • ตรงวันหยุดยาวและคร่อมเสาร์อาทิตย์ เดือนต.ค. 2569 /10,11,13,17,18 ต.ค. 2569
  • ทัวร์พรีเมี่ยม ถนอมร่างกาย สะดวกสบาย ไม่ชะโงก ไม่ทุลักทุเล โรงแรมเลือกระดับดีมากทุกเมือง(ยกเว้นพุทธคยา พักวัดเนรัญชราวาส ดีกว่ารร.หลายที่บริเวณใกล้เคียงต้นโพธิ์ เดินทางไปต้นโพธิ์10นาที) ดูห้องพักวัดเนรัญชราวาสที่นี่
  • บินไปกลับคนละเมือง ย่นเวลาการเดินทางเดินทางข้ามฝั่งด้วยสายการบินภายในรวม3 ไฟลท์ ประหยัดเวลานั่งรถไปวันละ 7-8ชม.ซื้อเวลา ซื้อสุขภาพหลัง ขาและคอบ่าไหล่ค่ะ
  • กรุ๊ปขนาดกลาง คนไม่เยอะ ไม่วุ่นวาย ทีมดูแลทั่วถึง
  • ทีมงานคุณภาพ วิทยากร จบปริญญาเอก Buddhist Studies University of Meerut หัวหน้าทัวร์ จบปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ สาขาภาษาเอเชียใต้ บาลีสันสกฤต พุทธศาสน์ศึกษา ประสบการณ์การจัดทัวร์อินเดียเส้นทางพุทธ 12 ปี ไม่จัดประเทศอื่น จัดแต่เส้นทางนี้ค่ะ เรื่องการบริหารจัดการเชี่ยวชาญ เรื่องข้อมูลระดับวิชาการก็ได้เช่นกัน
  • จุดด้อยของทริปไม่มี อาจจะใช้เวลาหลายวันหน่อยแต่ดีกว่าตัดวันแล้วไปชะโงกเอาหน้างาน ไปทั้งทีไปดีๆดีกว่าค่ะ

เส้นทางนี้จากจุดขวา โซนสังเวชนียสถาน ไปซ้าย โซนวัดถ้ำเดินทางด้วยรถ 24 ชม. เดินทางด้วยรถไฟ 12 ชม. 

แต่เราบินภายในไปเพียงแค่ 4 ชม.ค่ะ

โปรแกรมการเดินทางโดยย่อ

10 ตค. 69 : กรุงเทพ - ปัตนะ - ไวสาลี พักผ่อน เดินทางทั้งวันแบบไม่เหนื่อยรอต่อเครื่องในสนามบินเย็นๆของกิน ของช้อปปิ้งเยอะแยะ 

11 ตค.. 69 : ไวสาลี - กุสินารา (สถานที่ปรินิพพาน)- ลุมพินี (สถานที่ประสูติ) 

12 ตค. 69 : กุสินารา -ลุมพินี(สถานที่ประสูติ)     

13 ตค. 69 : ลุมพินี – สาวัตถี(เมืองที่จำพรรษานานที่สุด) - พาราณสี

14 ตค. 69 : สาวัตถี - พาราณสี (สถานที่แสดงปฐมเทศนา) -

15 ตค. 69 : พาราณสี -พุทธคยา (สถานที่ตรัสรู้)                                                                

16 ตค. 69 :  พุทธคยา - ราชคฤห์ - นาลันทา (เมืองแรกที่พุทธศาสนาตั้งมั่น)

17 ตค. 69 : พุทธคยาเต็มวัน ให้เวลาที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์เยอะหน่อยค่ะ 

18 ตค. 69 : พุทธคยา - ออรังกบาด (บินภายใน)

19 ตค. 69: ถ้ำเอลโลร่า + mini ทัชมาฮาล

20 ตค. 69 : ถ้ำอชันต้า

21 ตค. 69 : ออรังกบาด - มุมไบ (บินภายใน) วัดพระพิฆเนศ ช้อปปิ้งย่านเก่าแก่ใจกลางเมือง - กลับไทย

 

การเดินทาง

สายการบิน+ไฟลท์

กทม.- ปัตนะ ไฟลท์ Indigo ไฟลท์ 6e1058 10.05-11.15 + 6e895 17.45-18.50 (น้ำหนัก 20 กก.)

คยา - ออรังกบาด Indigo ไฟลท์ 6e2416 12.25-14.10 + 6e2728 16.35-18.25 (น้ำหนัก 15 กก. สามารถซื้อเพิ่มได้)

ออรังกบาด -มุมไบ Indigo ไฟลท์ 6e626 07.15-08.15 (น้ำหนัก 15 กก. สามารถซื้อเพิ่มได้)

มุมไบ – กทม. การบินไทย ไฟลท์ TG318 23.20-05.00 ของวันที่ 22 ต.ค. 2569 (น้ำหนัก 23 กก. )

ฟ้าเลือกการเดินทางตอนกลางวัน ออกเช้าถึงบ่าย-เย็น เวลาที่อินเดียเร็วกว่าเรา 1.30 ชม. ร่างกายไม่ต้องปรับเวลามากนัก เดินทางตอนกลางวัน เข้าที่พักตอนเย็นๆนอนเต็มอิ่มก่อนเที่ยวเต็มวันในวันถัดไป ถนอมร่างกายค่ะ

บางไฟลท์แลดูต่อเครื่องนาน แต่มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้เลือกไฟลท์นี้ อ่านต่อการเลือกใช้ไฟลท์สายการบินในทริปนี้ที่นี่ค่ะ

 

การใช้ชีวิต

พักโรงแรมอะไร ?

10 ตค. 69 :  รร. Bandhan Resort  

11 ตค.. 69 : รร. Om Residency

12 ตค. 69 : รร. Landmark  

13 ตค. 69 : รร. Platinum Sravasti  

14 ตค. 69 : รร. Buddha Lineage  

15 ตค. 69 : วัดเนรัญชราวาส

16 ตค. 69 : วัดเนรัญชราวาส

17 ตค. 69 : วัดเนรัญชราวาส

18 ตค. 69 : รร. Fern Residency  

19 ตค. 69: รร. Fern Residency  

20 ตค. 69 : รร. Fern Residency  

21 ตค. 69 : กลับไทย

โรงแรมที่ใช้ในทริป เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในตัวเลือกย่านนั้นๆ ห้องพักสะอาด อาหารอร่อย เชพทำอาหารไทยได้อร่อยเกือบจะเหมือนคนไทย เจ้าหน้าที่คุ้นเคยกับแขกชาวต่างชาติ

ดูข้อมูลที่พักและอาหารได้ที่นี่ค่ะ

การเข้าห้องน้ำ  

ลืมภาพจำเดิมๆของอินเดียไปได้เลยค่ะว่าต้องฉี่กลางทุ่ง สมัยนี้ถนนดีขึ้นแล้ว เส้นทางที่เลือกในการวางโปรแกรมเดินทางทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถานจะเจอวัดไทยและห้องน้ำเป็นระยะ เข้าได้แน่นอนค่ะ

 

ราคา 

 87,500- ( All inclusive ไม่มีการเรียกเก็บเพิ่ม ) 

สะพานบุญทัวร์ เลือกทุกอย่างเองค่ะ ออกแบบเส้นทาง รถ ที่พัก ไกด์และตารางเข้าแต่ละสถานที่ไม่อัด ฟ้าไม่ได้รับโปรแกรมสำเร็จรูปจาก Wholesale มา เมื่อเราไม่ได้ขายในปริมาณมหาศาลต่อ season จึงทำให้ราคาทุนสูงกว่า ยกตัวอย่าง เช่น การออกแบบเส้นทางที่คิดมาอย่างดี เจอจุดแวะพักที่เหมาะสม ไฟลท์ที่ฟ้าเลือก เดินทางกลางวัน บินเช้าถึงบ่าย ไม่ได้ประหยัดงบค่าที่พักโดยการเดินทางกลางคืนถึงเช้าแล้วเที่ยวเลยหรือนั่งรถไฟเพราะหากนั่งรถไฟอินเดีย เรานอนกันไม่ได้อยู่แล้วค่ะ ราคาไฟลท์จะสูงกว่าแต่เซพร่างกายค่ะ และที่สำคัญคือฟ้าจำกัดจำนวนสมาชิกต่อรอบ ตัวหารค่าใช้จ่ายต่างๆน้อยกว่าแต่แลกมาด้วยความสะดวกสบายและความไม่วุ่นวายเนื่องจากจำนวนสมาชิกไม่เยอะมากค่ะ

 

 ราคารวม 

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับและบินภายใน ไฟลท์ตามกำหนดการ
  • ค่ารถบัสที่ใช้ในการเดินทางในอินเดียทุกเมือง
  • ค่าที่พักทุกเมือง // ค่าอาหารทุกมื้อที่โรงแรม (ยกเว้นบางมื้อที่สนามบินและช่วงเวลาอิสระ)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ทุกเมือง (พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน วัดตามเมืองต่างๆ)
  • ค่าวีซ่า 2 ประเทศอินเดีย เนปาล 
  • ค่าประกันการเดินทางวงเงิน1,000,000 บาท กรณีเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง (ไม่รวมประกันความเสียหายของสิ่งของและประกันสุขภาพ) 

 ราคาไม่รวม 

  • ค่าทิปเจ้าหน้าที่ทัวร์(คนขับรถ เด็กรถ ไกด์อินเดีย เจ้าหน้าที่ยกกระเป๋าของวัด ตามความพึงพอใจ มีซองรวมให้ใส่ค่ะ
  • ค่าน้ำหนักกระเป่าเดินทางโหลดใต้ท้องเครื่องที่เกินกว่าที่ระบุในกำหนดการ (แต่สามารถซื้อเพิ่มรายบุคคลได้ค่ะ)
  • ค่าทำพาสปอต ค่าเดินในประเทศไทยในวันเดินทางไปและกลับ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าของฝาก เงินทำบุญ ค่าซิมโทรศัพท์
  • ค่าประกันทรัพย์สินเสียหายจากการเดินทาง 

ดูการอธิบายโปรแกรมแบบคลิปวิดีโอ

 ใส่คลิป

เมื่อดูข้อมูลเบื้องต้นกันแล้ว เราก็ไปดูโปรแกรมการเดินทางและข้อมูลสถานที่ในทริป สังเวชนียสถาน+อชันต้า เอลโลร่า มุมไบ แบบละเอียดกันเลยค่ะ

ทัวร์อินเดีย อชันต้า เอลโลร่า มุมไบ 10-21 ต.ค.2569
ทัวร์อินเดีย อชันต้า เอลโลร่า มุมไบ 10-21 ต.ค.2569
ทัวร์อินเดีย อชันต้า เอลโลร่า มุมไบ 10-21 ต.ค.2569
ทัวร์อินเดีย อชันต้า เอลโลร่า มุมไบ 10-21 ต.ค.2569
ทัวร์อินเดีย อชันต้า เอลโลร่า มุมไบ 10-21 ต.ค.2569

โปรแกรมการเดินทางแบบละเอียด ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน + อชันต้า เอลโลร่า +มุมไบ

10-21 ต.ค.2569 

วันที่ 1 : 10 ตุลาคม 2569 (เสาร์) : กรุงเทพ สุวรรณภูมิ - โกลกาต้า - ปัตนะ 

07.00  

หลังจากพบกับในกลุ่มไลน์ ทราบข้อมูลการเตรียมตัวอย่างละเอียดแล้ว เราก็พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 9 ทีมรอรับที่สนามบิน แจกของ ติดแท็กกระเป๋า รอเข้าเช็คอินสายการบิน Indigo ไฟลท์ 6e1058 

เราจะเดินทางไปยังโกลกาต้า เข้าประตูแรกของประเทศอินเดียค่ะ  

 11.15

ถึงสนามบินโกลกาต้า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินอย่างสบายใจ ทีมจะช่วยคุย ช่วยจัดการหน้างาน ดังนั้นท่านใดภาษาอังกฤษไม่คล่องไม่ต้องกังวลนะคะ เป็นธรรมเนียมของสะพานบุญทัวร์ ลูกทัวร์ออกมาก่อน หัวหน้าทัวร์คอยเก็บจนคนสุดท้าย หันมาทางไหนก็เจอหน้าทีมงาน สบายใจแน่นอนค่ะ

เอกสารเตรียมให้ทุกอย่างค่ะ การเข้าเมืองวันแรกต้องทำอย่างไรบ้างเราแจ้งในกลุ่มอย่างละเอียดเพื่อการเตรียมตัวที่พร้อมที่สุด

เพื่อผ่านกระบวนการทุกอย่างเรียบร้อยสาชิกรอต่อเครื่องสวยๆชิวๆ มีร้านกาแฟให้นั่ง มีร้านให้ดูของช้อปปิ้งฆ่าเวลาค่ะ 

 18.50

ถึงสนามบินปลายทาง รับกระเป๋าและออกเดิทางต่อไปยังไวสาลี วันนี้ขอเดินทางทั้งวันเพื่อโปรแกรมที่กระชับกว่าในวันถัดไปนะคะ พอถึงที่พักทานข้าวเย็นขึ้นนอนพักผ่อนกันได้เลยค่ะ 

 วันที่  2 : 11 ตุลาคม 2569 (อาทิตย์) : ไวสาลี - กุสินารา 

 

วันนี้เริ่มต้นเข้าชมสถานที่วันแรก ในเมืองไวสาลี ได้แก่สถานที่ดังต่อไปนี้ 

  • วัดป่ามหาวัน สถานที่พระนางมหาปชาบดีโคตมีขอบวช 
  • เสาอโศกต้นที่สมบูรณ์ที่สุด

เสาอโศกนั้นเป็นจุดหมุดหมายสำคัญในการแสดงว่าสถานที่นี้คือสังเวชนียสถาน เสาอโศกสร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ในราชวงศ์เมารยะ ช่วงยุคหลังพระพุทธเจ้าประมาณ 200-300 ปี

ท่านเป็นกษัตริย์ที่มีคุณูปการยิ่งใหญ่ในพุทธศาสนาของเรา ในเส้นทางสังเวชนียสถาน เสาอโศกที่ไวสาลีเป็นต้นที่สมบูรณ์ที่สุด แต่เราจะไปเห็นหัวเสา แค่หัวเสาที่สมบูรณ์ที่สารนาถ พาราณสีกันค่ะ

หลังจากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองเกสรียา แวะชมมหาสถูปเกสรียา สถูปต้นแบบของบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบันและเดินทางต่อสู่กุสินารา 

  • กราบสักการะมหาปรินิพพานสถูปสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
  • กุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ช่วงเย็น เข้าทานอาหารและพักผ่อน ณ โรงแรม Om Residency

   

ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

กุสินารา ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเล็กในแคว้นมัลละ แต่สมัยดั้งเดิมก่อนยุคพุทธกาลเป็นเมืองใหญ่มากชื่อเมืองกุสาวดี ปกครองโดยพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ยิ่งใหญ่มากในช่วงนั้น ของวิเศษใดๆที่หาได้เป็นของพระเจ้ามหาสุทัสสนะหมด ซึ่งพระเจ้ามหาสุทัสสนะก็คือชาติภพก่อนๆของพระพุทธเจ้าและท่านก็กลับมาปรินิพพานที่กุสินาราแห่งนี้

ไวสาลี ชื่อเดิมก็คือไวสาลี ที่แห่งนี้คือต้นกำเนิดระบอบประชาธิปไตยแห่งแรกของโลก ไวสาลีเป็นเมืองหลวงของแคว้นวัชชี พระเจ้าอชาตศัตรูอยากได้วัชชีมานานมาก แต่ด้วยหลักธรรมและหลักการปกครองของเจ้าลิจฉวี (ชื่อของชนชั้นปกครองของวัชชี) จึงทำให้ตีไม่ได้เสียที จนพรรษาสุดท้ายของพระพุทธเจ้า พระเจ้าอชาตศัตรูส่งวัสสการพรามณ์ไปถามความเมือง จริงๆพระพุทธเจ้าไม่ได้แนะแต่ระดับที่ปรึกษากษัตริย์แค่นั่งฟังก็ได้ไอเดียจึงออกอุบายกับพระเจ้าอชาติศัตรูสุดท้าย วัชชีก็ตกเป็นของแคว้นมคธหลังจากพุทธปรินิพพาน

 

สถานที่ปรินิพพาน ทัวร์สังเวชนียสถาน สะพานบุญทัวร์ ทัวร์พรีเมี่ยม
พระพุทธรูปปางปรินิพพาน กุสินารา ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน รอบพรีเมี่ยม
ทัวร์สังเวชนียสถาน 2569 สะพานบุญทัวร์ ทัวร์พรีเมี่ยม

วันที่ 3 : 12 ตุลาคม 2569 (อาทิตย์)  : กุสินารา - ลุมพินี

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมและออกเดินทางสู่ด่านชายแดนอินเดีย เนปาล เสาโนรี ก่อนจะข้ามด่านแวะพักทานโรตีและเข้าห้องน้ำก่อนข้ามด่านที่วัดไทยนวราชย์รัตนารามหรือวัดไทย 960 เสร็จแล้วเดินทางไปด่านผ่านกระบวนการตรวจคนออกเมืองกันก่อนแล้วเดินทางไปสู่จุดหมายของเรา 

วันนี้จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการข้ามประเทศ ออกประเทศอินเดียและเข้าประเทศเนปาล ทีมจะคอยดูแลทุกคน ทุกขั้นตอนค่ะ 

แสตมป์เข้าประเทศเนปาลกันแล้วเราเดินทางไปยัง

  • สังเวชนียสถานแห่งที่ 3 ลุมพินี สถานที่ประสูติ

จุดกึ่งกลางระหว่างบ้านพ่อและบ้านแม่ของเจ้าชายสิทธัตถะ กราบสักการะสถานที่ต่างภายในบริเวณและเดินทางกลับที่พักค่ะ

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น พักผ่อนที่โรงแรม Landmark

 

 ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

ลุมพินี ปัจจุบันอยู่ในเขตแดนของประเทศเนปาลแต่สมัยเดิมลุมพินีตั้งอยู่ในเขตแดนของอินเดียตั้งแต่สมัยอินเดียยังเป็นมหาชนบท (มหาชนบทแปลว่าเมืองเจริญ) ลุมพินีดั้งเดิมคือสถานที่บริเวณแคว้นสักกะบ้านเกิด บ้านพ่อของเจ้าชายสิทธัตถะ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในประเทศเนปาล เราก็จะมากราบกันค่ะ ราคาทัวร์รวมวีซ่าเนปาลแล้วค่ะ ลุมพินีไม่ใช่เมืองแต่เป็นสวนพักระหว่างเมือง ที่เจ้าชายสิทธัตถะมาประสูติที่ลุมพินีเพราะในสมัยพุทธกาลเป็นธรรมเนียมของหญิงที่จะเดินทางไปคลอดที่บ้านแม่ แต่พระนางสิริมหามายาไปไม่ทัน จึงทรงมีประสูติกาลที่สวนลุมพินี 

 

วันที่ 4 : 13 ตุลาคม 2569 (จันทร์) : ลุมพินี - สาวัตถี

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางไปกลับอินเดีย ผ่านกระบวนการเหมือนเมื่อวานและแวะพักทานโรตี เข้าห้องน้ำที่วัดไทย 960 กันอีกสักครั้ง เมื่อวานท่านใดยังไม่หนำใจกับ โรตีอารีดอย วันนี้มาแก้มือกันได้ค่ะ หลังจากนั้นเดินทางต่อสู่สาวัตถี มหานครคนดี สาวัตถีเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล สมัยพุทธกาลสาวัตถีจึงเป็นเมืองใหญ่มีคนมาศัยอยู่มากมาย

เจ้าครองแคว้นคือพระเจ้าปเสนทิโกศลผู้ซึ่งรักและศรัทธาในตัวพระพุทธเจ้ามาก จนอยากดองด้วยถึงขั้นส่งคนไปเจ้าหญิงจากแคว้นสักกะมาแต่งงาน จนสุดท้ายกลายเป็นโศกอนาฏกรรมล้างวงศ์วานของพระพุทธเจ้า มีรายละเอียดอีกมากมายไปฟังบรรยายกันบนรถค่ะ

ที่นี่เป็นที่ที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา จึงตรัสสอนพระสูตรมากมายที่นี่ เราจะไปกราบสักการะสถานที่สำคัญเหล่านี้

  • วัดเชตวันมหาวิหาร ชาวพุทธคงคุ้นเคยกันดีกับผู้สร้างนั่นคืออนาถบิณฑิกเศรษฐี เราจะไปดู ไปสวดมนต์กันที่สถานที่จริงกันค่ะ
  • อานันทโพธิ์ ปลูกจากหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ตอนแรก เป็นต้นออริจินอลยืนต้นมาจวบจนปัจจุบัน
  • สถูปบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี 
  • สถูปบ้านพ่อองคุลีมาล 
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อน Hotel Platinum Sravasti

  ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

สาวัตถี เป็นอีกเมืองที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถาน แต่เป็นอีกเมืองสำคัญของประวัติศาสตร์พุทธศาสนา สาวัตถีอย่างที่กล่าวไปว่าเป็นเมืองหลวงของแค้นโกศล ในสมัยพุทธกาลโกศลเป็นแคว้นใหญ่พอๆกับมคธและมีความเกี่ยวข้อง เกี่ยวดองกับพระพุทธเจ้า ด้วยความที่ทรงประทับที่นี่นานถึง 5 พรรษา จึงเกิดเหตุการณ์ เกิดพระสูตรมากมายที่นี่ ดังนั้นสาวัตถีจึงเป็นเมืองที่พลาดไม่ได้ รวมถึงวัดเชตวันที่เราจะพาไปกราบสักการะ เป็นอีกวัดใหญ่ วัดดังเดิมในพุทธศาสนา การได้ไปกราบสักการะสักครั้งจึงเป็นโอกาสสำคัญของเรามากค่ะ

 

ทัวร์สังเวชนียสถาน 2569-2570 สะพานบุญทัวร์ ทัวร์พรีเมี่ยม
ทัวร์สังเวชนียสถาน 2569-2570 สะพานบุญทัวร์ ทัวร์พรีเมี่ยม
ทัวร์สังเวชนียสถาน 2569-2570 สะพานบุญทัวร์ ทัวร์พรีเมี่ยม

วันที่ 5 : 14 ตุลาคม 2569 (อังคาร) : สาวัตถี - พาราณสี

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางสู่เมืองพาราณสี แห่งแคว้นกาสีในสมัยพุทธกาล พาราณสีเป็นเมืองใหญ่ ฐานที่มั่นสำคัญของศาสนาพระเวทที่ซึ่งต่อมาปรับตัวเป็นศาสนาฮินดู

หลังจากตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว ทรงพิจารณาถึงคนที่จะสอนได้ และเล็งเห็นว่าเหล่าปัญจวัคคีย์นี้ล่ะที่มีธุลีในตาน้อยพอจะเข้าใจธรรมที่ทรงค้นพบจึงเดินจากพุทธคยามาพาราณสี พบปัญจวัคคีย์และเทศน์สอนธรรมบทแรก ธัมจักรกัปปวัตรสูตร (เราจะสวดมนต์บทนี้กันที่สถานที่จริง หัดสวดไปได้เลยนะคะ)

  • ธัมเมกขสถูป สังเวชนียสถานแห่งที่ 4 สถานที่แสดงปฐมเทศนา
  • บริเวณโดยรอบป่าอิสิปตนมฤทายวัน
  • พิพิธภัณฑ์สารนาถ สถานที่เก็บรักษาหัวเสาอโศกที่สมบูรณ์และพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่สวยงามที่สุด

หลังจากนั้นพาท่านไปชมวิถีชีวิตชาวอินเดีย ที่ใช้ชีวิตแบบนี้มากว่า 4,000 ปี ณ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา

  • ล่องแม่น้ำคงคา ชมวิถี พิธีดั้งเดิมของคนอินเดีย 
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อนที่โรงแรม Buddha Lineage

 

ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

 พาราณสี เป็นเมืองสำคัญของโลกในแง่สังคม วัฒนธรรม อารยธรรม ที่นี่ถูกกครองสลับกันไปมาระหว่างเจ้านครฮินดูและอิสลามจนถึงช่วงอังกฤษ แม่น้ำคงคาเป็นไฮไลท์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ถึงแม้จะเป็น Top Destination ขนาดนี้ พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่แค่ครั้งเดียว อยู่จำพรรษาเดียวคือช่วงเวลาหลังจากตรัสรู้และมาโปรดปัญจวัคคีย์ หลังจากนั้นไม่เสด็จมาที่นี่อีกเลยค่ะ

 

  วันที่ 6 : 15 ตุลาคม 2569 (พุธ) : พาราณสี - พุทธคยา

ช่วงเช้า-บ่าย

ทานอาหารเช้าและออกเดินทางสู่พุทธคยา สถานที่สำคัญของเราย้อนเส้นทางการเดินทางของพระพุทธเจ้า ท่านเดินเท้าจากพุทธคยาไปพาราณสีแต่เรานั่งรถจากพาราณสีไปพุทธคยาระหว่างจะผ่านบริเวณป่าฝ้าย สถานที่พบภัทวัคคีย์ที่มาฮันนีมูนกับภรรยา แต่มีท่านหนึ่งยังไม่แต่งงานจึงจ้างนางโสเภณีมาเอนเตอร์เทน จนเกิดเรื่องราววุ่นวาย แต่สุดท้ายบรรลุธรรมกันหมด

หากถึงพุทธคยาเร็วจะพาไปกราบสักการะ สถูปบ้านนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาส

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น พักผ่อนที่วัดเนรัญชราวาส

  

วันที่ 7 : 16 ตุลาคม 2569 (พฤหัส) : พุทธคยา - ราชคฤห์ - นาลันทา

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่วัดเนรัญชราวาสและออกเดินทางไปยังเมืองราชคฤห์ซึ่งเป็นเมืองสำคัญมากในชีวิตของพระพุทธเจ้า ราชคฤห์แห่งนี้เป็นเมืองแรกในแดนพุทธภูมิที่พุทธศาสนาตั้งมั่นโดยมีพุทธสาวกคนสำคัญคือพระเจ้าพิมพิสาร ปาวารณาตัวเป็นพุทธศาสนิกชน ในราชคฤห์จึงมีสถานที่มากมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพระพุทธเจ้าให้เราได้ศึกษาและกราบสักการะเช่น

  • วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา
  • วัดและสถานพยาบาลของหมอชีวกโกมารภัฏ
  • ยอดเขาคิชกูช สถานที่ปลีกวิเวกของพระพุทธเจ้า ตรัสเทศน์หลายพระสูตรที่นี่และมีถ้ำอัครสาวกทั้งสอง และสถานที่พระสารีบุตรบรรลุธรรม
  • คุกสถานที่คุมขังพระเจ้าพิมพิสาร ถูกจับขังโดยลูกชายของตนคือพระเจ้าอชาตศัตรูเพราะหลงผิดไปคบคิดกับพระเทวทัต
  • ตะโปทาราม สถานที่อาบน้ำสาธารณของคนอินเดียท้องถิ่น สถานที่นี้นอกจากจะเป็นสถานที่ท้องถิ่น แสดงถึงวัฒนธรรมของชาวอินเดียแล้วยังแสดงธรรมได้ชัดเจนอีกด้วย

ทานกลางวันกันที่วัดไทยสิริราชคฤห์และเดินทางต่อไปที่นาลันทา เมืองใกล้ๆเพื่อไปกราบสักการะ

  • หลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเผาทำลายจากกองทัพมุสลิมแต่เผาอย่างไรก็ไม่ไหม้ ท่านจึงขึ้นชื่อเรื่องการให้พรด้านสุขภาพ ไปขอพรท่านกันค่ะ
  • มหาวิทยาลัยนาลันทา ด้านในมีสถูปพระสารีบุตร สถานที่ท่านโปรดโยมแม่ก่อนนิพพาน

เรื่องราวเหล่านี้แค่เกริ่นๆค่ะ พอไปถึงสถานที่จริงๆได้ฟังวิทยากรกันเพลินหู ดูข้างทางกันเพลินตาแน่นอนค่ะ

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น และพักผ่อน ณ วัดเนรัญชราวาส

 วันที่ 8 : 17 ตุลาคม 2569 (ศุกร์) : พุทธคยาเต็มวัน

ช่วงเช้า

เนื่องจากพุทธคยาเป็นสถานที่หลัก จึงวางโปรแกรมให้มีเวลาที่พุทธคยาทั้งวันเพื่อเก็บสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าชายสิทธัตถะก่อนตรัสรู้และหลังตรัสรู้ดังนี้ 

  • ต้นพระศรีมหาโพธิ์และสถานที่ภายใน
  • สถานที่นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส
  • สถานที่ลอยถาดอธิษฐานจิตว่าจะตรัสรู้

กลางวันกลับไปทานอาหารที่วัดเนรัญและทอดผ้าป่าบำรุงวัดและช่วงบ่าย ให้เวลาอิสระ ตารางสบายๆค่ะ

  • ให้เวลาอิสระสำหรับช้อปปิ้งของฝาก
  • ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ช่วงเย็น ทานอาหารเย็น พักผ่อนที่วัดเนรัญชราวาส

 ข้อมูลน่ารู้ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน

ราชคฤห์ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถาน 4 ตำบลแห่งใดเลย แต่เป็นเมืองสำคัญมากในยุคพุทธกาลเพราะเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธ 1 ในแคว้นมหาอำนาจในยุคนั้น ปกครองโดยพระเจ้าพิมพิสารพระเจ้าพิมพิสารเคยเจอเจ้าชายสิทธัตถะแล้วก่อนแล้วเมื่อครั้งทรงออกบวชและเดินมาจากกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ด้วยวรรณะ ผิวพรรณ หน้าตา เมื่อมาถึงราชคฤห์ชาวบ้านก็อื้ออึงกันถึงความงามจนพระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปพบพร้อมเสนอให้ออกจากเพศนักบวชแล้วมาช่วยกันปกครองแคว้นมคธ เจ้าชายสิทธัตถะทรงปฏิเสธไป พระเจ้าพิมพิสารจึทูลขอว่าหากทรงตรัสรู้ธรรมเมื่อใดให้มาโปรดท่านด้วย เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้อนุตตระสัมมาสัมโพธิญาณใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว ก็ทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ทรงเสด็จกลับไปโปรดพระเจ้าพิมพิสาร และพุทธศาสนาก็ตั้งมั่นที่ราชคฤห์เป็นแห่งแรกในโลก นับจากนั้นเป็นต้นมา

ทัวร์สังเวชนียสถาน 2569-2570 สะพานบุญทัวร์ ทัวร์พรีเมี่ยม
ทัวร์สังเวชนียสถาน 2569-2570 สะพานบุญทัวร์ ทัวร์พรีเมี่ยม
ทัวร์สังเวชนียสถาน 2569-2570 สะพานบุญทัวร์ ทัวร์พรีเมี่ยม

 วันที่ 9 : 18 ตุลาคม 2569 (อาทิตย์) : พุทธคยา - เดลี - ออรังบาด 

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่วัดและออกเดินทางไปยังสนามบินคยา เช็คอินสายการบินIndigo ไฟลท์ 6e2416 เดินทางไปยังนิวเดลี รอต่อเครื่องกับไม่นาน วันนี้อาหารกลางวันอิสระที่สนามบินและเดินทางต่อไปยังออรังกบาด ถึงออกรังกบาด พักผ่อนที่โรงแรม Fern Residency 

 

วันที่ 10 : 19 ตุลาคม 2569 (จันทร์) : ถ้ำเอลโลร่า มินิ ทัชมาฮาล

ช่วงเช้า

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมและออกเดินทางสู่กลุ่มวัดถ้ำเอลโลร่า

กลุ่มถ้ำเอลโลร่าได้ต้นแบบมาจากกลุ่มถ้ำอชันต้า ประกอบไปด้วยถ้ำของ 3 ศาสนาคือพุทธ ฮินดูและเชนเมื่อได้ต้นแบบมาจากอชันต้า ลักษณะองค์ประกอบของถ้ำจึงเป็นส่วนของวัดและที่พักของพระสงฆ์ กลุ่มถ้ำของพุทธจะอยู่จากถ้ำหมายเลข 1-12 ส่วนถัดมาจะเป็นวัดของฮินดูซึ่งสร้างขึ้นมาภายหลัง โดยมีถ้ำที่โดดเด่นมากคือถ้ำที่ 16 เขาไกรลาส เป็นลักษณะการเจาะภูเขาหินทั้งลูกลงไปเป็นวิหารในศาสนาฮินดู เราจะใช้เวลาที่นี่สบายๆไม่เร่งรีบค่ะ

ทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารที่โรงแรมไกรลาสใกล้ๆถ้ำเอลโลร่า และช่วงบ่ายเดินทางไปชม Bibi ka Maqbara หรือมินิทัชมาฮาล สุสานฝั่งศพมารดาของพระเจ้าออรังคเซบ สร้างเลียนแบบทัชมาฮาลแห่งเมืองอักรา

เย็น กลับมาทานอาหารเย็นและพักผ่อนที่โรงแรม Fern Residency 

 

  

วันที่ 11: 20 ตุลาคม 2569 (อังคาร) : ถ้ำอชันต้าเต็มวัน

ช่วงเช้า

วันนี้อุทิศให้ถ้ำอชันต้าค่ะ ทานอาหารเช้าและออกเดินทางกัน เตรียมหมวด ร่ม กระบอกน้ำให้พร้อม ถ้ำอชันต้าห่างจากเมืองออรังกบาดไปประมาณ 3 ชม.

กลุ่มวัดถ้ำอชันต้าเป็นวัดถ้ำเก่าแก่ที่สวยงามที่สุดในแถบอินเดีย ถูกสร้างขึ้นโดยการขุดเจาะภูเขาลงไปเป็นวัด สถานที่สวดมนต์ ประกอบพิธีสงฆ์ และวิหารสถานที่จำวัดของพระสงฆ์ในสมัยนั้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ประกอบไปด้วยถ้ำ 28 ถ้ำ มีอายุกว่า 2,000 ปีสร้างขึ้นโดยประมาณ พ.ศ.700-1300 ก่อนถูกทิ้งร้าง และถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยคณะล่าสัตว์ชาวอังกฤษ ถ้ำอชันต้า เป็นต้นแบบการขุดเจาะภูเขาเป็นศาสนสถาน โดยมีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและภาพเขียนสีผนังสมัยโบราณ ซึ่งภาพวาดเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องราวเกี่ยวพุทธประวัติและพระโพธิ์สัตว์ของมหายาน เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าพุทธศาสนาตั้งมั่นอยู่บริเวณแถบนี้มาก่อนเมืองออรังกาบาดจะถูกปกครองโดยศาสนาอิสลาม นำโดยราชวงศ์โมกุล

เราจะใช้เวลาที่นี่เต็มที่ในการเดินชมภาพเขียนและสถาปัตยกรรมซุ้มประตูที่แกะสลักด้วยมือคนเป็นๆสวยๆกันตามสบาย ค่อยๆเดินค่ะ ไม่รีบ

ช่วงเที่ยงทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร และเดินทางกลับสู่เมืองออรังกาบาด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.

ช่วงเย็น ทานอาหารเย็นและพักผ่อน โรงแรม Fern Residency 

 วันที่ 12 : 21 ตุลาคม 2569 (อังคาร) : มุมไบเต็มวัน - กทม.

ช่วงเช้า

เช็คเอ้าท์ที่โรงแรมและออกเดินทางไปยังสนามบินออรังกบาด เดินทางไปยังมุมไบ วันนี้ทานอาหารแบบแพ็คจากโรงแรม สามารถหากาแฟรองท้องกันได้ที่สนามบินค่ะ

เมื่อถึงมุมไบเราจะเดินทางไปยัง

  • วัดสิทธิวินายัก วัดพระพิฆเนศที่โด่งดังที่สุดในรัฐมหาราษฏระ จุดศูนย์ความศรัทธาทั่วอินเดีย คนดังในวงการ Bollywood ต่างต้องหาเวลามาขอพรองค์สิทธิวินายักจากที่นี่ 
  • Dhobi Ghat อยู่ใกล้กับสลัมมุมไบ ชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในมุมไบ ชาวบ้านมีอาชีพรับจ้างซักผ้าจากโรงแรมหรู
  • สถานีรถไฟฉัตราปติ ชีวาจิค เทอร์มินัส(Chhatrapati Shivaji Terminus) สถานีรถไฟหลักของมหานครมุมไบ ภายนอกเป็น สถาปัตกรรมไสตล์อังกฤษที่งดงาม

ช่วงกลางวันให้เวลาอิสระ ทานข้าวและช้อปปิ้ง ณ colaba causeway ย่านเมืองเก่าของมุมไบ และนัดจุดนับพบเพื่อไปทานอาหารเย็นที่โรงแรมใกล้สนามบิน  

ช่วงเย็น

ทานอาหารเย็น แพฌคกระเป๋ากันอีกรอบก่อนออกเดินทางไปสนามบิน ฉันตราปาตี ศิวจี มุมไบ 

เช็ตอินสายการบินไทย ไฟลท์ TG318 

23.20 น.

ออกเดินทางสู่กทม. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 05.05 น. ของวันที่ 22 ต.ค. 2569 โดยสวัสดิภาพค่ะ

 

ทัวร์สังเวชนียสถาน 2569-2570 สะพานบุญทัวร์ ทัวร์พรีเมี่ยม